แม้ชื่อจะดูเหมือนเป็นอาการที่พบเฉพาะในนักกีฬาเทนนิส แต่ความจริงแล้ว คนที่ไม่เคยจับไม้เทนนิสเลยก็สามารถเป็น Tennis Elbow ได้ หากมีอาการปวดบริเวณข้อศอกด้านนอก โดยเฉพาะเวลาหยิบจับสิ่งของ บิดข้อมือ ยกของ หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือและข้อมือซ้ำ ๆ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ Tennis Elbow ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการใช้งานและรับแรงซ้ำๆบริเวณเส้นเอ็นรอบข้อศอกด้านนอก จนเกิดอักเสบของเนื้อเยื่อเส้นเอ็น
แล้ว Tennis Elbow คืออะไร เกิดจากสาเหตุใด ใครบ้างที่มีความเสี่ยง และมีแนวทางรักษาอย่างไรให้อาการดีขึ้นและกลับมาใช้งานแขนได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จาก KLOSS Wellness Clinic จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงแนวทางการรักษาและการฟื้นฟูที่เหมาะสม
Tennis Elbow คืออะไร
Tennis Elbow หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Lateral Epicondylitis คือภาวะที่จุดเกาะของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกระดกข้อมือ(Extensor Muscles Origins) ซึ่งอยู่บริเวณปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก เกิดการบาดเจ็บสะสมและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเส้นเอ็นเมื่อต้องรับแรงหรือถูกใช้งานซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ทำให้มีอาการปวดบริเวณข้อศอกด้านนอก โดยเฉพาะเวลาหยิบจับของ บิดข้อมือ ยกของ หรือออกแรงกำมือ
แม้ชื่อจะเรียกว่า Tennis Elbow แต่ภาวะนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับนักกีฬาเทนนิส คนทั่วไปที่ต้องใช้มือ ข้อมือ และแขนซ้ำ ๆ เช่น การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ งานช่าง การยกของ หรือกิจกรรมที่ต้องกำและบิดข้อมือบ่อย ๆ ก็สามารถเกิดอาการได้เช่นกัน
ภาวะ Tennis Elbow แตกต่างจาก Golfer’s Elbow อย่างไร
ภาวะ Tennis Elbow หรือเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ (Lateral Epicondylitis) เป็นภาวะที่เกิดจากการบาดเจ็บสะสมและการเสื่อมของจุดเกาะเส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเหยียดข้อมือ บริเวณปุ่มกระดูก “ข้อศอกด้านนอก” ทำให้เกิดอาการปวด โดยเฉพาะเวลาหยิบจับ ยกของ หรือออกแรงกระดกข้อมือ
แตกต่างจาก Golfer’s Elbow (Medial Epicondylitis) ซึ่งเกิดบริเวณจุดเกาะเส้นเอ็น”ด้านในของข้อศอก” และสัมพันธ์กับกลุ่มกล้ามเนื้อที่ใช้ในการงอข้อมือและคว่ำมือเป็นหลัก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดภาวะ Tennis Elbow
Tennis Elbow มักเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณแขนท่อนล่างซ้ำ ๆ หรือรับแรงมากเกินกว่าที่เนื้อเยื่อจะฟื้นตัวได้ ทำให้เกิดการบาดเจ็บสะสมบริเวณจุดเกาะเส้นเอ็นด้านนอกของข้อศอก โดยมีปัจจัยที่พบบ่อยดังนี้
1. การใช้มือและข้อมือในท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
งานหรือกิจกรรมที่ต้องใช้มือและข้อมือต่อเนื่อง เช่น ใช้เมาส์ พิมพ์งาน จับโทรศัพท์เป็นเวลานาน หรือทำงานที่ต้องกำและกระดกข้อมือซ้ำ ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณแขนท่อนล่างรับแรงสะสม
ตัวอย่างที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้เมาส์ติดต่อกันหลายชั่วโมง จับปากกาเขียนงานเป็นเวลานาน ใช้กรรไกรตัดของซ้ำ ๆ หรือจับอุปกรณ์ทำงานแน่นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะหากไม่มีช่วงพัก อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดบริเวณข้อศอกด้านนอกได้
2. การเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงจากข้อมือและแขนซ้ำ ๆ
กีฬาที่ต้องกำอุปกรณ์และออกแรงตี เช่น เทนนิส แบดมินตัน ปิงปอง มีการใช้กล้ามเนื้อแขนท่อนล่างและข้อมือซ้ำ ๆ โดยเฉพาะจังหวะตีลูก แบ็กแฮนด์ หรือการจับอุปกรณ์แน่นเกินไป
นอกจากนี้ การเล่นเวทเทรนนิ่งบางท่า เช่น Wrist Curl, Reverse Curl, Deadlift หรือการยกน้ำหนักที่ต้องกำบาร์แน่นเป็นเวลานาน ก็อาจเพิ่มแรงที่ส่งผ่านไปยังเส้นเอ็นบริเวณข้อศอกด้านนอกได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้น้ำหนักมากเกินไปหรือเพิ่มความหนักเร็วเกินไป
3. การยกของหนักหรือทำงานที่ต้องกำและบิดข้อมือบ่อย
กิจกรรมที่ต้องออกแรงกำ บิด หรือยกของซ้ำ ๆ สามารถเพิ่มแรงสะสมบริเวณเส้นเอ็นด้านนอกของข้อศอกได้ เช่น ใช้ไขควงหรือประแจ ทาสีด้วยลูกกลิ้ง ยกกระทะหรือหม้อหนัก ถือถุงของหนัก บิดผ้า เปิดฝาขวดหรือฝาที่ปิดแน่น รวมถึงงานก่อสร้างและงานช่างที่ต้องใช้เครื่องมือเป็นเวลานาน
หากต้องทำกิจกรรมเหล่านี้ต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาพัก หรือใช้แรงมากกว่าที่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรับไหว อาจเพิ่มโอกาสเกิด Tennis Elbow และทำให้อาการปวดข้อศอกด้านนอกเป็นเรื้อรังได้
เช็กอาการและสัญญาณของภาวะ Tennis Elbow
อาการของ Tennis Elbow มักเกิดบริเวณข้อศอกด้านนอก และอาจร้าวลงมาตามแขนท่อนล่าง โดยอาการมักชัดขึ้นเมื่อมีการกำมือ ยกของ บิดข้อมือ หรือกระดกข้อมือต้านแรง ผู้ที่มีภาวะ Tennis Elbow สามารถสังเกตสัญญาณที่พบบ่อยได้ดังนี้
1. ปวดบริเวณปุ่มกระดูกข้อศอกด้านนอก
อาการที่พบบ่อยคือปวดหรือกดเจ็บบริเวณปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก โดยเฉพาะบริเวณจุดเกาะของเส้นเอ็น อาการอาจชัดขึ้นเมื่อกระดกข้อมือต้านแรง กำมือ หรือยกของ
2. ปวดร้าวลงมาตามแขนท่อนล่าง
อาการปวดอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณข้อศอก แต่สามารถร้าวลงมาตามกล้ามเนื้อของแขนท่อนล่าง บางรายอาจรู้สึกตึง ปวดเมื่อย หรือเจ็บเมื่อใช้งานแขนและข้อมือต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องกำหรือยกของ
3. แรงกำมือลดลงและเจ็บขณะหยิบจับหรือบิดข้อมือ
ผู้ที่มี Tennis Elbow อาจรู้สึกว่าแรงกำมือลดลง หรือเจ็บจนออกแรงได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะขณะทำกิจกรรมที่ต้องกำ จับ บิด หรือยกของ เช่น หมุนลูกบิดประตู บิดผ้า เปิดฝาขวด ถือถุงหิ้วของ หรือยกแก้วน้ำดื่ม
Tennis Elbow ควรมาพบแพทย์ตอนไหน
Tennis Elbow ส่วนใหญ่มักมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป และในหลายรายสามารถดีขึ้นได้เองเมื่อปรับการใช้งานและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายเดือน และในบางรายอาการอาจเป็นต่อเนื่องนานประมาณ 6–12 เดือนหรือมากกว่านั้น
หากอาการปวดเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น หยิบจับของ ยกของ บิดข้อมือ หรือทำงานได้ไม่สะดวก รวมถึงอาการเป็นมากขึ้นหรือไม่ดีขึ้นหลังจากพักและปรับพฤติกรรมเบื้องต้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ และเลือกแนวทางการรักษาที่ตรงกับปัญหาและระดับความรุนแรงของอาการมากขึ้น
การตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยแยก Tennis Elbow ออกจากภาวะอื่นที่มีอาการคล้ายกัน เช่น เส้นประสาทบริเวณข้อศอกถูกกดทับ ข้อศอกเสื่อม หรือเส้นประสาทจากต้นคอถูกกดทับ เพื่อให้สามารถระบุต้นเหตุและเลือกแนวทางการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
ระยะเวลาในการรักษาภาวะ Tennis Elbow ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาที่อาการ Tennis Elbow จะดีขึ้นแตกต่างกันในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ระยะเวลาที่เป็น และแนวทางการรักษาที่เลือกใช้
ในผู้ที่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม บางรายอาจเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดลดลงและใช้งานแขนได้ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกของการรักษา รวมถึงผู้ที่ได้รับ PRP ซึ่งบางรายสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังฉีดครั้งแรก ส่วนในรายที่มีอาการเรื้อรังหรือเส้นเอ็นมีการเปลี่ยนแปลงมาก อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนในการฟื้นฟู
การรักษาที่ตรงกับสาเหตุ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมและการฟื้นฟูเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ จะช่วยให้อาการปวดลดลงและกลับมาใช้งานแขนในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
วิธีการรักษา Tennis Elbow
แนวทางการรักษา Tennis Elbow ส่วนใหญ่มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยพิจารณาตามความรุนแรง ระยะเวลาที่มีอาการ และผลกระทบต่อการใช้งานแขนในชีวิตประจำวัน ส่วนการผ่าตัดมักพิจารณาในผู้ที่มีอาการเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษาวิธีอื่นอย่างเหมาะสมเป็นเวลานาน
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
การรักษา Tennis Elbow แบบไม่ผ่าตัดมีหลายวิธี โดยแพทย์จะเลือกใช้หรือผสมผสานแนวทางต่าง ๆ ให้เหมาะกับอาการในแต่ละช่วง ดังนี้
1. การใช้ยาเพื่อลดอาการปวด
ในช่วงที่มีอาการปวด แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบกลุ่ม NSAIDs ทั้งชนิดรับประทานหรือทา เพื่อช่วยบรรเทาอาการในระยะสั้น ทำให้สามารถขยับแขนและทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยาไม่ได้แก้การเปลี่ยนแปลงของเส้นเอ็นโดยตรง และการใช้ NSAIDs ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจมีผลต่อกระเพาะอาหาร ไต และระบบหัวใจและหลอดเลือด จึงควรใช้ในช่วงสั้น ๆ ตามความจำเป็นและตามคำแนะนำของแพทย์
2. การยืดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟู Tennis Elbow โดยเน้นทั้งการยืดกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างและการฝึกเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ใช้ในการเหยียดข้อมือ เพื่อให้เส้นเอ็นค่อย ๆ กลับมารับแรงได้ดีขึ้น
การยืดกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง สามารถทำได้โดยเหยียดแขนข้างที่มีอาการไปด้านหน้า คว่ำฝ่ามือลง แล้วใช้มืออีกข้างค่อย ๆ กดข้อมือให้งอลงจนรู้สึกตึงบริเวณด้านนอกของแขนท่อนล่าง ค้างไว้ประมาณ 20–30 วินาทีแล้วผ่อนออก ทำซ้ำประมาณ 3–5 ครั้ง โดยไม่ควรยืดจนรู้สึกเจ็บมาก
การฝึกเพิ่มความแข็งแรงของเส้นเอ็น อาจเริ่มจากวางแขนบนโต๊ะโดยให้ข้อมือพ้นขอบโต๊ะ คว่ำฝ่ามือลงและถือดัมเบลน้ำหนักเบา จากนั้นใช้มืออีกข้างช่วยยกข้อมือขึ้น แล้วค่อย ๆ ลดข้อมือลงช้า ๆ ด้วยแขนข้างที่มีอาการ วิธีนี้เป็นการฝึกแบบ Eccentric Exercise ซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณข้อศอกด้านนอกค่อย ๆ ปรับตัวต่อแรงได้ดีขึ้น
ควรเริ่มจากน้ำหนักเบาและเพิ่มแรงต้านทีละน้อยตามอาการ หากระหว่างฝึกมีอาการปวดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหรือปวดต่อเนื่องหลังออกกำลังกาย ควรลดความหนักและปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อปรับโปรแกรมให้เหมาะสม
3.กายภาพบำบัดและเครื่องมือฟื้นฟู
การทำกายภาพบำบัด สามารถใช้ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อช่วยลดอาการปวด ฟื้นฟูแรงกำมือ และปรับการใช้งานของแขนและข้อมือให้เหมาะสม
นักกายภาพบำบัดอาจเลือกใช้เครื่องมือและเทคนิคเพิ่มเติมตามอาการ เช่น Shockwave Therapy, High Power Laser, Ultrasound Therapy โดยแต่ละวิธีมีจุดประสงค์แตกต่างกัน และควรใช้ร่วมกับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นมากกว่าพึ่งเครื่องมือเพียงอย่างเดียว
4. การฉีดรักษาบริเวณเส้นเอ็น
หากอาการยังรบกวนการใช้งานแม้ปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย และทำกายภาพบำบัดแล้ว แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการฉีดตามความเหมาะสม
การฉีดสเตียรอยด์ สามารถช่วยลดอาการปวดได้ค่อนข้างเร็วในระยะสั้น แต่ไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย เนื่องจากอาจส่งผลต่อคุณภาพและความแข็งแรงของเส้นเอ็นในระยะยาว
การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เป็นการนำพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเองมาฉีดบริเวณเส้นเอ็นที่มีปัญหา โดย Growth Factors หรือสารกระตุ้นการซ่อมแซน ใน PRP จะช่วยกระบวนการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างของเนื้อเยื่อ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ Tennis Elbow ที่เป็นเรื้อรังหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น
การรักษาแบบผ่าตัด
ในกรณีที่อาการ Tennis Elbow ไม่ดีขึ้นหลังจากได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมาแล้วประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาการผ่าตัด โดยเฉพาะเมื่ออาการปวดยังคงรบกวนการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน
การผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อนำเนื้อเยื่อเส้นเอ็นส่วนที่เสื่อมหรือมีความผิดปกติออก และฟื้นฟูบริเวณจุดเกาะของเส้นเอ็น โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัดแบบเปิดแผล (Open Surgery) การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery) หรือการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก (Percutaneous Surgery) ซึ่งแพทย์จะเลือกวิธีตามลักษณะของโรคและความเหมาะสมของผู้ป่วย
หลังผ่าตัด ผู้ป่วยยังต้องใช้เวลาในการพักฟื้นและทำกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง และการใช้งานของแขน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้งานได้ดีขึ้น แต่อัตราและระยะเวลาในการฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละราย
เปรียบเทียบแนวทางการรักษา
- การรักษาเบื้องต้น: เน้นการลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ปรับพฤติกรรมการใช้งาน และใช้ยาแก้ปวดหรือ NSAIDs ในช่วงสั้น ๆ ตามความเหมาะสม
- การออกกำลังกายและกายภาพบำบัด: ใช้การยืดกล้ามเนื้อ ฝึกเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ร่วมกับกายภาพบำบัดหรือเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Shockwave Therapy, Ultrasound Therapy, High Power Laser และ INDIBA Therapy
- การรักษาด้วยการฉีด: ในผู้ที่อาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการฉีดสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการในระยะสั้น หรือการฉีด PRP เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูของเส้นเอ็น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการเรื้อรัง
- การผ่าตัด: พิจารณาในผู้ที่มีอาการเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเหมาะสม โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเนื้อเยื่อเส้นเอ็นส่วนที่เสื่อมหรือผิดปกติออกและฟื้นฟูบริเวณจุดเกาะของเส้นเอ็น
ท่าบริหารกายภาพบำบัด แก้อาการ Tennis Elbow ด้วยตนเอง
การยืดและฝึกเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณแขนท่อนล่างอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดอาการปวดและทำให้เส้นเอ็นค่อย ๆ กลับมารับแรงได้ดีขึ้น โดยสามารถเริ่มจากท่าง่าย ๆ ดังนี้
- ท่ายืดกล้ามเนื้อเหยียดข้อมือ: เหยียดแขนข้างที่มีอาการไปด้านหน้า คว่ำฝ่ามือลง ใช้มืออีกข้างค่อย ๆ กดข้อมือให้งอลงจนรู้สึกตึงบริเวณด้านนอกของแขนท่อนล่าง ค้างประมาณ 20–30 วินาที ทำซ้ำ 3–5 ครั้ง โดยไม่ควรยืดจนรู้สึกเจ็บมาก
- ท่าฝึกกล้ามเนื้อเหยียดข้อมือแบบ Eccentric: วางแขนท่อนล่างบนโต๊ะโดยให้ข้อมือพ้นขอบโต๊ะ คว่ำฝ่ามือลงและถือขวดน้ำหรือดัมเบลน้ำหนักเบา ใช้มืออีกข้างช่วยยกข้อมือขึ้น จากนั้นค่อย ๆ ลดข้อมือลงช้า ๆ ด้วยแขนข้างที่มีอาการ ทำประมาณ 10–15 ครั้งต่อเซต 2–3 เซต โดยเริ่มจากน้ำหนักเบาแล้วค่อยเพิ่มแรงต้านเมื่อสามารถทำได้โดยไม่มีอาการปวด
- ท่าฝึกแรงกำมือ: ใช้ลูกบอลยางนุ่มหรือผ้าขนหนูม้วนไว้ในฝ่ามือ ค่อย ๆ บีบในระดับที่ไม่ทำให้ปวดข้อศอกมากขึ้น ค้างประมาณ 3–5 วินาที แล้วคลาย ทำซ้ำ 10–15 ครั้ง
หากระหว่างออกกำลังกายมีอาการปวดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หรือปวดมากขึ้นต่อเนื่องหลังฝึก ควรลดความหนักหรือหยุดท่านั้นชั่วคราว และปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินและปรับโปรแกรมให้เหมาะสม
สรุปบทความ
Tennis Elbow เป็นภาวะที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณข้อศอกด้านนอกซ้ำ ๆ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงของเส้นเอ็น ทำให้มีอาการปวดบริเวณข้อศอก โดยเฉพาะเวลาหยิบจับ ยกของ บิดข้อมือ หรือออกแรงกำมือ แม้อาการในบางรายสามารถค่อย ๆ ดีขึ้นได้ แต่หากปล่อยไว้นานจนเป็นเรื้อรัง อาจรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้
แนวทางการรักษามีตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกายและกายภาพบำบัด การใช้เครื่องมือฟื้นฟู ไปจนถึงการฉีด PRP โดยแพทย์จะประเมินจากสาเหตุ ความรุนแรง และระยะเวลาที่มีอาการ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม
สำหรับผู้ที่มีอาการปวดข้อศอก หรือมีปัญหาทางกระดูกและข้ออื่น ๆ เช่น ปวดหัวเข่าเรื้อรัง อาการปวดเข่าในวัยรุ่น เอ็นร้อยหวายอักเสบ หรือข้อเสื่อมจากอายุและการใช้งาน KLOSS Wellness Clinic คลินิกกระดูกและข้อ ให้การดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยเน้นการค้นหาสาเหตุและเลือกแนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัดเพื่อช่วยลดอาการ ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และให้ผู้ป่วยกลับไปใช้งานร่างกายในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภาวะ Tennis Elbow สามารถหายเองได้หรือไม่
Tennis Elbow สามารถค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่รุนแรงและสามารถลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการได้ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน และบางรายอาจมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน หากอาการปวดรบกวนการใช้งานหรือไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินและเลือกแนวทางการรักษาที่ตรงกับปัญหามากขึ้น
สวมสายรัดข้อศอก ช่วยลดอาการ Tennis Elbow ได้จริงไหม
การสวมสายรัดข้อศอก (Tennis Elbow Strap) ต่ำกว่าจุดเจ็บประมาณ 1-2 นิ้ว ช่วยกระจายแรงตึงของกล้ามเนื้อ ไม่ให้ถ่ายลงสู่จุดเกาะเอ็นข้อศอกโดยตรง จึงช่วยลดอาการปวดขณะทำงานได้ดี
อย่างไรก็ตาม สายรัดข้อศอกเป็นตัวช่วยลดอาการระหว่างใช้งาน ไม่ได้ฟื้นฟูเส้นเอ็นโดยตรง จึงควรใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายฟื้นฟู
หากมีอาการ Tennis Elbow ควรเลือกประคบร้อนหรือประคบเย็น
สามารถเลือกใช้ตามลักษณะอาการได้ หากมีอาการปวดมากขึ้นหลังใช้งาน การประคบเย็นช่วงสั้น ๆ สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ส่วนผู้ที่รู้สึกตึงหรือขยับแขนไม่คล่อง การประคบอุ่นก่อนยืดหรือออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและขยับได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม การประคบร้อนหรือเย็นเป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการ ไม่ได้แก้การเปลี่ยนแปลงของเส้นเอ็นโดยตรง การฟื้นฟูด้วยการปรับการใช้งานและฝึกให้เส้นเอ็นค่อย ๆ กลับมารับแรงได้จึงยังเป็นส่วนสำคัญของการรักษา

