ชวนรู้จักโรครูมาตอยด์อันตรายไหม อาการเป็นอย่างไร และสาเหตุของโรคนี้

ชวนรู้จักโรครูมาตอยด์อันตรายไหม อาการเป็นอย่างไร และสาเหตุของโรคนี้

Facebook

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ โรครูมาตอยด์ มาบ้าง แต่อาจไม่แน่ใจว่าโรคนี้คืออะไร และโรครูมาตอยด์อันตรายไหม มากน้อยแค่ไหน? บทความนี้จาก KLOSS Wellness Clinic จะพาคุณไปทำความรู้จักกับโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดนี้อย่างละเอียด ทั้งอาการ สาเหตุ และแนวทางการรักษา เพื่อให้คุณสามารถสังเกตตนเองและคนที่คุณรักได้อย่างทันท่วงที

โรครูมาตอยด์ คืออะไร

โรครูมาตอยด์ หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) คือโรคที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อ ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่บริเวณรอยต่อของกระดูกและทำหน้าที่สร้างน้ำไขข้อเพื่อหล่อลื่นข้อต่อ โรคนี้จัดเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune Disease) ชนิดหนึ่ง ซึ่งหมายถึงภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดความผิดปกติ หันมาทำลายเนื้อเยื่อและเซลล์ของตัวเอง โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เมื่อข้ออักเสบเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา จะนำไปสู่การทำลายกระดูกอ่อนและกระดูกบริเวณข้อต่อ ทำให้ข้อผิดรูป เกิดความพิการ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก

โรครูมาตอยด์ อันตรายไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ “อันตรายมากหากปล่อยไว้” เพราะโรครูมาตอยด์ไม่ใช่แค่เรื่องของอาการปวดข้อ แต่คือโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีร่างกายตัวเอง ความน่ากลัวของโรคนี้อยู่ที่การดำเนินโรคที่รวดเร็วและสามารถส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ เช่น ปอด หัวใจ และดวงตา จนอาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพหรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้

อาการของโรครูมาตอยด์

อาการของโรครูมาตอยด์

โรครูมาตอยด์ มักมีอาการปวดข้ออย่างช้า ๆ อาจเริ่มเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลดลง และมีไข้อ่อน ๆ ร่วมด้วย อาการอื่น ๆ ของโรคที่พบบ่อยได้แก่

  • อาการปวด บวม แดง อุ่น ข้อฝืด: มักเกิดขึ้นกับข้อต่อหลายข้อพร้อมกัน และที่สำคัญคือมักเกิดแบบสมมาตร คือเป็นที่ข้อต่อเดียวกันทั้งสองข้างของร่างกาย เช่น ข้อมือ นิ้วมือ ข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้า หรือข้อต่อบริเวณคอ
  • อาการข้อฝืดแข็ง: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เช่น ตอนตื่นนอนในตอนเช้า หรือหลังจากนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ โดยอาการฝืดแข็งตอนเช้ามักจะปวดนานกว่า 1 ชั่วโมง
  • มีปุ่มเนื้อนิ่ม ๆ (Rheumatoid Nodules): มักเกิดบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย ๆ เช่น ข้อศอก ข้อนิ้วมือ บริเวณท้ายทอย หรือเอ็นร้อยหวาย

ในระยะแรกของโรค อาการอาจเริ่มต้นที่ข้อต่อเล็ก ๆ ก่อน เช่น ฐานนิ้วมือ นิ้วเท้า แล้วค่อย ๆ ลุกลามไปยังข้อต่อขนาดใหญ่ขึ้น เช่น ข้อเข่า ปวดหัวเข่า หรือข้อสะโพก นอกจากนี้ยังอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรัง หรือผลข้างเคียงจากยา เช่น มวลกระดูกลดลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปัญหาผิวหนัง ดวงตาอักเสบ ปัญหาปอดอักเสบ หรือปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

สาเหตุของโรครูมาตอยด์

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิด โรครูมาตอยด์ แต่จากการศึกษาพบว่าเกิดจากผลของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่มากระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติไป โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่

  • พันธุกรรม: หากมีคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ หรือญาติสนิทเป็นโรคนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงที่ลูกหลานจะเป็น โรครูมาตอยด์ สูงกว่าคนทั่วไป
  • เพศ: ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้สูงกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า
  • อายุ: โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว วัยกลางคน ไปจนถึงวัยสูงอายุ แต่มักพบมากในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน เนื่องจากเป็นวัยที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดี ทำให้เมื่อเกิดความผิดปกติจึงส่งผลกระทบได้มาก
  • ความอ้วน: ผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือเป็นโรคอ้วน มีโอกาสที่จะเป็น โรครูมาตอยด์ มากกว่าคนทั่วไป
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม: การได้รับสารเคมีบางอย่าง เช่น ใยหิน และซิลิกา อาจกระตุ้นให้เกิดโรคได้
  • การสูบบุหรี่: นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคแล้ว การสูบบุหรี่ยังเพิ่มความรุนแรงของโรคให้ร้ายแรงกว่าเดิมได้อีกด้วย

เจาะลึกภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรครูมาตอยด์

ความกังวลที่ว่า โรครูมาตอยด์ อันตรายไหม จะเห็นภาพชัดเจนที่สุดเมื่อพิจารณาจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง

ข้อต่อถูกทำลายจนผิดรูปและพิการ

ในระยะสุดท้าย ระบบภูมิคุ้มกันจะทำลายเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อจนหย่อนยาน ทำให้กระดูกหลุดออกจากตำแหน่งเดิม เกิดภาวะนิ้วมือบิดเบี้ยวหรือข้อเข่าโก่งผิดรูปอย่างรุนแรง ส่งผลให้ไม่สามารถหยิบจับสิ่งของหรือเดินได้ตามปกติ จนนำไปสู่ภาวะพิการในที่สุด

การอักเสบลุกลามไปยังอวัยวะอื่น

อันตรายที่ซ่อนอยู่คือการอักเสบที่ปอด (พังผืดที่ปอด) ทำให้หายใจลำบาก รวมถึงเยื่อบุตาอักเสบรุนแรงจนอาจทำให้ตาบอดได้ นอกจากนี้ยังมีภาวะหลอดเลือดอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่าคนทั่วไป

ความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน

ทั้งตัวโรคเองและยากลุ่มสเตียรอยด์ที่ใช้รักษาในปริมาณสูงติดต่อกันนาน ๆ มีผลทำให้เนื้อกระดูกบางลงและเปราะง่าย ผู้ป่วยจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดกระดูกหักได้ง่ายแม้ได้รับอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ยืนยันว่าโรครูมาตอยด์อันตราย

วิธีการรักษาโรครูมาตอยด์

วิธีการรักษาโรครูมาตอยด์

แม้ว่า โรครูมาตอยด์ ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ในปัจจุบัน แต่สามารถควบคุมอาการของโรคและชะลอความรุนแรงของโรคได้ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากที่สุด โดยแนวทางการรักษาหลัก ๆ ประกอบด้วย

การใช้ยา

การใช้ยาเป็นหัวใจสำคัญในการรักษา โรครูมาตอยด์ โดยจะประกอบด้วยยารับประทาน หรือยาฉีดสำหรับรักษาเฉพาะเจาะจงกับโรค เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ และชะลอการทำลายข้อต่อ นอกจากนี้ อาจมีการใช้ยาช่วยบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้ปวด หรือยาสเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดและอาการบวม เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ทรมานจากโรค

การผ่าตัด

สำหรับการรักษา โรครูมาตอยด์ ในกรณีที่ข้อต่อถูกทำลายไปมากแล้ว หรือเกิดการผิดรูป การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยซ่อมแซม หรือเปลี่ยนข้อต่อที่เสียหาย เพื่อให้ข้อกลับมาทำงานได้ดีขึ้น ลดความเจ็บปวด และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น แต่การผ่าตัดมักเป็นวิธีที่ใช้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ

กายภาพบำบัด

กายภาพบำบัด มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษา โรครูมาตอยด์ โดยจะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของข้อต่อและกล้ามเนื้อ รวมถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อคงความยืดหยุ่นของข้อต่อ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลดความฝืดแข็งของข้อ ผู้ป่วยจะได้รับการแนะนำท่าบริหารที่ถูกต้องจากนักกายภาพบำบัด เพื่อให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ดียิ่งขึ้น

วิธีป้องกันโรครูมาตอยด์

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิด โรครูมาตอยด์ จึงยังไม่สามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการวินิจฉัยทันทีเมื่อรู้สึกปวดข้อผิดปกติ หรือมีอาการที่น่าสงสัย เพราะหากได้รับการรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม จะมีโอกาสหยุดยั้งโรคได้ง่ายกว่า และลดโอกาสที่ข้อจะเกิดความพิการ สำหรับการดูแลตัวเองของผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยง ได้แก่

  • พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตามนัดทุกครั้ง: เพื่อติดตามผลการรักษา และเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากการใช้ยา
  • ออกกำลังกายข้ออย่างสม่ำเสมอ: เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของข้อต่อและร่างกาย โดยเน้นท่าที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง: เช่น การยกของหนัก การกระโดด การนั่งยอง ๆ นั่งขัดสมาธิ หรือพับเพียบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำลายข้อ
  • ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์: เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของข้อเข่าและข้อเท้า ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบจาก โรครูมาตอยด์ ได้ง่าย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามินดี และวิตามินซี ซึ่งจำเป็นต่อการบำรุงเนื้อเยื่อและกระดูกให้แข็งแรง
  • ประคบเย็นเมื่อมีอาการปวด: นอกจากรับประทานยาบรรเทาปวดแล้ว การประคบเย็นบริเวณข้อที่ปวดวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที ก็ช่วยบรรเทาอาการได้

3 สัญญาณเตือนเช็กด่วน! คุณเสี่ยงโรครูมาตอยด์หรือไม่

การรู้เท่าทันอาการเริ่มต้นจะช่วยให้เราสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลองเช็กตัวเองดูว่ามีสัญญาณอันตรายเหล่านี้หรือไม่

1. อาการข้อฝืดตึงช่วงเช้าที่ยาวนานกว่าปกติหนึ่งชั่วโมง

สัญญาณเด่นที่ช่วยแยกโรคนี้ออกจากโรคข้อเสื่อมคือ “อาการข้อติด” ในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าขยับข้อนิ้วหรือข้อมือไม่ได้เหมือนมีอะไรมาล็อกไว้ และต้องใช้เวลานานเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไปกว่าที่ข้อจะเริ่มคลายตัวและขยับได้ตามปกติ

2. การอักเสบของข้อขนาดเล็กแบบสมมาตรทั้งสองข้างลำตัว

โรครูมาตอยด์มักโจมตีข้อต่อขนาดเล็ก เช่น ข้อโคนนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า หรือข้อมือ และที่สำคัญคือต้องมีอาการ “สมมาตร” คือถ้าปวดข้อมือซ้าย ข้อมือขวาก็จะมีอาการด้วยเสมอ ซึ่งแสดงถึงการอักเสบที่เป็นระบบกระจายไปทั่วร่างกาย

3. สัญญาณเตือนทางร่างกาย เช่น ภาวะไข้ต่ำและอ่อนเพลีย

เนื่องจากเป็นการอักเสบทั่วระบบ ผู้ป่วยมักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลียเรื้อรังไม่มีสาเหตุ น้ำหนักตัวลดลง และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานหนักเกินปกติ

ฟื้นฟูสุขภาพข้อต่ออย่างยั่งยืนที่ KLOSS Wellness Clinic

ที่ KLOSS Wellness Clinic เรามุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยแนวคิดการแพทย์เชิงป้องกันและฟื้นฟู ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญสหสาขาของเราพร้อมออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคลอย่างแม่นยำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการอักเสบจากโรครูมาตอยด์ โดยผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว

สรุปบทความ

โรครูมาตอยด์ เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์และแนวทางการรักษาที่หลากหลาย ผู้ป่วยสามารถควบคุมอาการและใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดข้อบวมแดง ฝืดแข็งในตอนเช้า หรือมีอาการปวดหัวเข่าเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดเข่าในวัยรุ่น ข้อเสื่อมจากอายุ หรือใช้งานหนักจนลุกนั่งลำบาก บวม ลงน้ำหนักไม่ได้ และต้องการทางเลือกการรักษาที่เน้นการดูแลแบบองค์รวม โดยไม่ต้องผ่าตัด KLOSS Wellness Clinic คือ คลินิกกระดูกและข้อ ที่พร้อมดูแลคุณอย่างเข้าใจ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เราดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 20,000 เคส มั่นใจได้ในมาตรฐานการรักษา เพื่อให้คุณกลับมามีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไร้ความกังวลใจเรื่องอาการปวดข้อ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Kloss Wellness Clinic มี 2 สาขา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
LOGO KLOSS WELLNESS CLINIC

BOOKING

 กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรุณาเลือก Promotions ที่คุณสนใจ
*** สงวนสิทธิ์ 1 คน / 1 สิทธิ์