หลายคนคงเคยเผชิญกับอาการเหน็บชาชั่วคราวจากการนอนทับแขนหรือนั่งพับเพียบนาน ๆ ซึ่งมักจะหายไปเองเมื่อขยับตัว แต่ถ้าคุณเริ่มสงสัยว่า อาการมือชาเกิดจากอะไร เพราะมันเริ่มเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงจนหยิบจับของไม่อยู่ นี่อาจเป็นเสียงเตือนจากร่างกายถึงความผิดปกติของเส้นประสาทหรือโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและวางแผนรักษาอย่างถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไป
อาการมือชาเกิดจากอะไร? สำรวจ 3 สาเหตุหลักที่พบบ่อย
การจะระบุว่าอาการมือชาเกิดจากอะไรนั้น ต้องพิจารณาจากตำแหน่งและพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่มักมีที่มาจาก 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการไหลเวียนโลหิต
เส้นประสาทถูกกดทับจากการใช้งานและพฤติกรรมประจำวัน
พฤติกรรมการใช้งานข้อมือหนัก ๆ เช่น การพิมพ์คอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือแม่บ้านที่ต้องสับอาหารประจำ มักทำให้พังผืดรัดข้อมือจนเส้นประสาทถูกกดทับ นอกจากนี้การนอนทับแขนหรือการงอข้อศอกนาน ๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นประสาทขาดเลือดและออกซิเจนชั่วคราว จนเกิดอาการชาและอ่อนแรงตามมา
ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางและปลายประสาทอักเสบ
ภาวะปลายประสาทอักเสบเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การได้รับสารพิษ หรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานบกพร่อง ในขณะที่ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางอย่างสมองและไขสันหลัง ก็ส่งผลต่อการรับรู้ความรู้สึก หากเกิดความเสียหายในบริเวณที่ควบคุมมือ ก็จะเป็นคำตอบว่าอาการมือชาเกิดจากอะไรในเคสที่ซับซ้อน
การขาดวิตามินบีและปัญหาระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำให้มือชา
วิตามินบี 1, บี 6 และบี 12 คือสารอาหารหลักในการบำรุงเส้นประสาท การขาดวิตามินเหล่านี้จะทำให้การส่งสัญญาณประสาทบกพร่อง นอกจากนี้หากระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี เลือดจะนำสารอาหารไปเลี้ยงเส้นประสาทปลายมือไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการชาสะสมจนเริ่มสูญเสียความรู้สึก
มือชาเท้าชาเกิดจากอะไร? สัญญาณอันตรายที่เสี่ยงโรคเบาหวาน
เมื่อเกิดคำถามว่ามือชาเท้าชาเกิดจากอะไร หนึ่งในโรคที่ต้องระวังเป็นอันดับต้น ๆ คือ “โรคเบาหวาน” เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงต่อเนื่องจะทำลายเส้นประสาทส่วนปลายโดยตรง โดยมีลักษณะอาการดังนี้
- อาการชามักเริ่มที่ปลายเท้าก่อนแล้วค่อย ๆ ลามขึ้นมาที่ปลายมือ
- มีลักษณะการชาคล้ายการสวมถุงมือ-ถุงเท้า (Glove and Stocking Pattern)
- สูญเสียความรู้สึกในการรับรู้ความร้อนหรือความเจ็บปวด เสี่ยงต่อการเกิดแผลติดเชื้อ
- หากไม่รีบปรับพฤติกรรม อาการอาจลุกลามไปสู่ระบบประสาทส่วนอื่น
นอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานยังเสี่ยงต่อข้อต่อเสื่อมง่าย จึงควรใส่ใจดูแลร่างกายรอบด้าน รวมถึงศึกษาว่าคนที่มีปัญหาข้อต่อกินอะไรบำรุงหัวเข่า
5 โรคอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาการมือชา
อย่าเพิ่งสรุปว่าอาการชาเกิดจากความเมื่อยล้าเพียงอย่างเดียว เพราะอาการมือชาเกิดจากอะไรอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของโรคร้ายแรง 5 ชนิดนี้
1. โรคหลอดเลือดสมอง สัญญาณอันตรายที่มาพร้อมมือชาครึ่งซีก
หากมีอาการมือชาเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันโดยเฉพาะแบบครึ่งซีกร่างกาย ร่วมกับอาการหน้าเบี้ยวหรือพูดไม่ชัด นี่คือสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องเข้ารับการรักษาทันที เพราะอาจหมายถึงภาวะสมองขาดเลือดที่รุนแรงถึงชีวิต
2. โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาทที่ร้าวลงมือ
ในบางครั้ง อาการมือชาเกิดจากอะไรไม่ได้มีสาเหตุอยู่ที่มือ แต่อยู่ที่ “ต้นคอ” เมื่อหมอนรองกระดูกคอเสื่อมหรือปลิ้นไปกดทับเส้นประสาท จะทำให้มีอาการปวดร้าวจากคอ บ่า ไหล่ ลงมาที่แขนและมือ มักพบในกลุ่มที่เป็น Office Syndrome เรื้อรัง
3. โรคเบาหวานและภาวะปลายประสาทเสื่อมจากน้ำตาลในเลือดสูง
ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงทำลายผนังหลอดเลือดฝอยที่เลี้ยงเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มหรือรู้สึกหนา ๆ ที่ปลายนิ้ว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่บ่งบอกว่าร่างกายต้องการการควบคุมน้ำตาลอย่างเร่งด่วน
4. เนื้องอกกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังที่ทำให้มือชาเรื้อรัง
เนื้องอกที่เจริญเติบโตตามแนวเส้นประสาทหรือภายในไขสันหลังสามารถเบียดทับทางเดินประสาทได้ อาการชามักจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้นอย่างช้า ๆ และอาจมีอาการปวดลึก ๆ หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบร่วมด้วยหากทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รับการวินิจฉัย
5. โรคปลอกประสาทอักเสบจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
โรค MS หรือปลอกประสาทอักเสบเกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง อาการชาอาจเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกายสลับไปมา มักพบร่วมกับปัญหาการมองเห็นหรือการทรงตัวลำบาก เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของคำถามที่ว่าอาการมือชาเกิดจากอะไรในวัยทำงาน
เช็กด่วน! อาการมือชาแบบไหนที่ต้องรีบพบแพทย์โดยทันที
หากคุณมีอาการมือชาควบคู่กับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรรีบปรึกษาคลินิกกระดูกและข้อ หรือโรงพยาบาลทันที
- อาการชาเกิดขึ้นเฉียบพลันและรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- ชาครึ่งซีกร่างกาย (ใบหน้า แขน และขาซีกเดียวกัน)
- มีอาการอ่อนแรงร่วมด้วย เช่น ถือของหลุดมือ หรือกำมือไม่ได้แน่น
- พูดไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน
- ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ซึ่งอาจสื่อถึงการกดทับเส้นประสาทไขสันหลังขั้นรุนแรง
กายภาพบำบัดและฟื้นฟูเส้นประสาทที่ KLOSS Wellness Clinic
ที่ KLOSS Wellness Clinic เราก้าวข้ามการรักษาเพียงแค่ปลายเหตุ เรามุ่งเน้นการแพทย์เชิงป้องกันและฟื้นฟู (Regenerative Medicine) เพื่อซ่อมแซมเส้นประสาทที่เสียหาย หากคุณสงสัยว่า อาการมือชาเกิดจากอะไร ทีมแพทย์เฉพาะทางของเราจะร่วมกับนักกายภาพบำบัด ออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสลายพังผืด ลดการกดทับ และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
สรุปแนวทางรักษาอาการมือชา ให้กลับมาใช้งานได้คล่องตัว
การทำความเข้าใจว่า อาการมือชาเกิดจากอะไร คือก้าวแรกของการรักษาที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมทำงาน การทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือการทำกายภาพบำบัด หากคุณกำลังมองหาทางออกเรื่องปวดหัวเข่ากินอะไรหาย หรือต้องการรู้ว่าข้อเข่าเสื่อม กินอะไรดี ไปพร้อมกับการดูแลระบบประสาท การเลือกใช้บริการที่ KLOSS Wellness Clinic จะช่วยให้คุณได้รับการดูแลแบบองค์รวม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร้อาการชา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการมือชา
อาการมือชาเกิดจากอะไร ทำไมมักเป็นหนักขึ้นในช่วงกลางคืน?
ส่วนใหญ่เกิดจากการกดทับเส้นประสาทในโพรงข้อมือที่รุนแรงขึ้นเมื่อเราพับข้อมือขณะนอนหลับ รวมถึงการไหลเวียนเลือดที่ช้าลงในขณะพักผ่อน ทำให้เส้นประสาทไวต่ออาการชามากขึ้น
พฤติกรรมแบบไหนที่กระตุ้นให้อาการมือชาทวีความรุนแรงขึ้น?
พฤติกรรมการใช้งานข้อมือซ้ำ ๆ ในท่าเดิม การงอข้อศอกนาน ๆ เช่น การเล่นโทรศัพท์ หรือการนอนทับแขน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ อาการมือชาเกิดจากอะไร กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง
มือชาเท้าชาเกิดจากอะไร สัมพันธ์กับการขาดวิตามินบีจริงไหม?
จริงแน่นอน เพราะวิตามินบี 1, 6 และ 12 มีส่วนสำคัญในการสร้างปลอกหุ้มเส้นประสาท หากขาดไปจะทำให้กระแสไฟฟ้าในเส้นประสาทรั่วไหลหรือส่งสัญญาณได้ไม่ดี จนเกิดอาการมือชาเท้าชาได้บ่อยขึ้น จึงควรทานอาหารหรือกินอะไรบำรุงหัวเข่า และประสาทอย่างสม่ำเสมอ

