Myofascial Pain Syndrome ภัยเงียบที่ชาวออฟฟิศควรรู้

อาการปวดเมื่อยล้าตามบ่า ไหล่ หรือหลัง อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครก็เป็นได้ แต่สำหรับชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าชั่วคราว ทราบหรือไม่ว่า Myofascial Pain Syndrome คือโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อประชากรกว่าร้อยละ 30 และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการปวดจะทวีความรุนแรงจนกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Myofascial Pain Syndrome คืออะไร และกลไกการเกิดโรค Myofascial Pain Syndrome คือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืดแบบเรื้อรัง ซึ่งมีลักษณะเด่นคือการเกิดจุดรวมความปวดที่มีความไวต่อการกระตุ้นสูง กลไกของโรคเกิดจากการที่มัดกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไปจนเกิดการหดเกร็งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นได้ยาก ขาดออกซิเจน และเกิดการสะสมของเสียในระดับเนื้อเยื่อ จนกลายเป็นปมกล้ามเนื้อที่อักเสบและปวดร้าวในที่สุด รู้จัก Trigger Point จุดกดเจ็บตัวการร้ายที่ทำให้ปวดร้าว หัวใจสำคัญของ Myofascial Pain Syndrome คือการเกิด “Trigger Point” หรือจุดกดเจ็บ ซึ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ซ่อนอยู่ในมัดกล้ามเนื้อ เมื่อเรากดลงไปที่จุดนี้จะรู้สึกปวดอย่างรุนแรง และที่น่ากลัวคือมันมักจะส่งสัญญาณความปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นที่อยู่ไกลออกไป (Referred Pain) เช่น กดที่บ่าแต่ร้าวขึ้นไปปวดหัวคล้ายไมเกรน หรือกดที่สะโพกแต่ร้าวลงไปที่ขา […]
นั่งชันเข่า และท่านั่งอันตราย สาเหตุข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

อาการปวดเข่าไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่คนวัยทำงานที่มีพฤติกรรมชอบนั่งชันเข่า หรือนั่งในท่าเดิมนาน ๆ กำลังเผชิญความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร ท่านั่งที่ดูสบายอาจแฝงไปด้วยแรงกดทับมหาศาลที่ทำลายกระดูกอ่อนผิวข้ออย่างต่อเนื่อง หากไม่รีบปรับเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ อาจนำไปสู่ภาวะข้อเข่าผิดรูปจนส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว นั่งชันเข่า นั่งขัดสมาธิ พฤติกรรมทำร้ายข้อเข่าไม่รู้ตัว หลายคนติดพฤติกรรมการนั่งชันเข่าบนเก้าอี้ขณะทำงานหรือพักผ่อนเพราะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ในทางสรีรศาสตร์ ท่านั่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการ “เร่ง” ความเสื่อมของข้อต่อ เนื่องจากมุมการพับของเข่าที่แคบเกินไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างภายในข้อเข่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงกดทับมหาศาลต่อผิวข้อเข่าจากการงอเข่าเป็นเวลานาน การนั่งชันเข่า หรือการพับเข่ามากกว่า 90 องศา จะสร้างแรงกดภายในข้อเข่าสูงถึง 5-10 เท่าของน้ำหนักตัว บริเวณข้อต่อสะบ้า-ต้นขา (Patellofemoral Joint) แรงกดที่มากเกินพอดีนี้จะรบกวนการลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์กระดูกอ่อน ทำให้เนื้อเยื่อขาดความยืดหยุ่นและเริ่มเปราะบางลงเรื่อย ๆ จนเกิดอาการปวดเมื่อต้องขยับเข่าในครั้งแรกของวัน การเสียดสีของกระดูกอ่อนผิวข้อจนเกิดการสึกกร่อนเรื้อรัง เมื่อเรานั่งชันเข่านาน ๆ พื้นที่สัมผัสภายในข้อเข่าจะแคบลง ทำให้เกิดการเสียดสีกันอย่างรุนแรงระหว่างกระดูกสะบ้าและผิวข้อ กระบวนการนี้ส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อที่เคยเรียบลื่นเริ่มสึกกร่อนและบางลง จนกลายเป็นภาวะข้อเข่าเสื่อมทุติยภูมิที่เกิดขึ้นก่อนวัยอันควรในที่สุด 5 ท่านั่งยอดฮิตที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อม การถนอมเข่าเริ่มต้นจากการ “เลิก” พฤติกรรมที่ทำร้ายข้อ โดยเฉพาะ 5 ท่านั่งยอดฮิตที่สร้างภาระหนักหน่วงให้กับเข่าของคนไทยมาอย่างยาวนานดังนี้ 1. การนั่งชันเข่าบนเก้าอี้ขณะทำงานหรือพักผ่อนนาน ๆ การใช้ท่านั่งชันเข่าบนเก้าอี้เพื่อดูซีรีส์หรือทำงาน ทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าเกิดความเครียดสูงและขัดขวางระบบไหลเวียนเลือด ส่งผลให้เส้นเอ็นยึดตึงและเกิดอาการข้อติดแข็งได้ง่ายขึ้น 2. การนั่งขัดสมาธิที่ทำให้เกิดแรงบิดรุนแรงภายในข้อเข่า […]
หลังเท้าบวมเกิดจากอะไร? สาเหตุที่คนทำงานต้องรู้

อาการเท้าบวมโดยเฉพาะบริเวณหลังเท้า เป็นภาวะที่พบได้บ่อยจนหลายคนมองข้าม แต่หากคุณเริ่มสงสัยว่า หลังเท้าบวมเกิดจากอะไร นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าระบบภายในกำลังทำงานผิดปกติ บทความนี้จะช่วยให้คนทำงานและผู้สูงอายุเข้าใจสาเหตุของอาการบวมน้ำ การบาดเจ็บ และวิธีจัดการที่ถูกต้อง เพื่อคืนอิสระในการเคลื่อนไหวให้คุณอีกครั้ง ไขข้อสงสัย หลังเท้าบวมเกิดจากอะไร? สำรวจพฤติกรรมเสี่ยง ในชีวิตประจำวันของคนวัยทำงาน พฤติกรรมบางอย่างอาจเป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้เท้าบวม หากถามว่า หลังเท้าบวมเกิดจากอะไร การสังเกตไลฟ์สไตล์ของตนเองคือจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะปัจจัยภายนอกมักส่งผลต่อการคั่งของของเหลวในเนื้อเยื่อรอบข้อเท้าได้ง่ายกว่าที่คิด การยืนหรือนั่งท่าเดิมนานจนระบบไหลเวียนเลือดบกพร่อง พนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานนาน ๆ หรือพนักงานขายที่ต้องยืนตลอดทั้งวัน มักพบปัญหาเลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจไม่สะดวก เมื่อเลือดคั่งอยู่ที่ส่วนล่างของร่างกายนานเกินไป แรงดันในหลอดเลือดจะผลักของเหลวออกมาสะสมที่เนื้อเยื่อรอบ ๆ จนกลายเป็นอาการเท้าบวมในช่วงเย็นของวัน พฤติกรรมการกินโซเดียมสูงและผลข้างเคียงจากการใช้ยา การรับประทานอาหารรสจัดหรือเค็มจัดส่งผลให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ในเนื้อเยื่อมากขึ้น นอกจากนี้ ยาบางกลุ่ม เช่น ยาลดความดันโลหิต หรือฮอร์โมน ก็อาจส่งผลข้างเคียงทำให้เท้าบวมได้ หากคุณมีอาการ เข่าบวม ร่วมด้วย อาจต้องพิจารณาเรื่องการลดโซเดียมหรือปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับเปลี่ยนยา หลังเท้าบวมเกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนจากการบาดเจ็บ นอกเหนือจากพฤติกรรมแล้ว สาเหตุเชิงโครงสร้างก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณพบว่า หลังเท้าบวมเกิดจากอะไร หลังจากมีกิจกรรมทางกายหรืออุบัติเหตุ นั่นหมายถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเส้นเอ็นหรือกระดูกโดยตรง ภาวะข้อเท้าแพลงและเส้นเอ็นอักเสบจากการใช้งานหนัก เมื่อเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิก เส้นเอ็นรอบข้อเท้าจะถูกยืดหรือฉีกขาด ทำให้เกิดการอักเสบและเลือดคั่งบริเวณรอบตาตุ่มและหลังเท้า สำหรับนักกีฬา อาการนี้มักเกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ จนเส้นเอ็นอักเสบเรื้อรัง […]
อาการมือชาเกิดจากอะไร? เจาะลึกสาเหตุและวิธีรักษา

หลายคนคงเคยเผชิญกับอาการเหน็บชาชั่วคราวจากการนอนทับแขนหรือนั่งพับเพียบนาน ๆ ซึ่งมักจะหายไปเองเมื่อขยับตัว แต่ถ้าคุณเริ่มสงสัยว่า อาการมือชาเกิดจากอะไร เพราะมันเริ่มเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงจนหยิบจับของไม่อยู่ นี่อาจเป็นเสียงเตือนจากร่างกายถึงความผิดปกติของเส้นประสาทหรือโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและวางแผนรักษาอย่างถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไป อาการมือชาเกิดจากอะไร? สำรวจ 3 สาเหตุหลักที่พบบ่อย การจะระบุว่าอาการมือชาเกิดจากอะไรนั้น ต้องพิจารณาจากตำแหน่งและพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่มักมีที่มาจาก 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการไหลเวียนโลหิต เส้นประสาทถูกกดทับจากการใช้งานและพฤติกรรมประจำวัน พฤติกรรมการใช้งานข้อมือหนัก ๆ เช่น การพิมพ์คอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือแม่บ้านที่ต้องสับอาหารประจำ มักทำให้พังผืดรัดข้อมือจนเส้นประสาทถูกกดทับ นอกจากนี้การนอนทับแขนหรือการงอข้อศอกนาน ๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นประสาทขาดเลือดและออกซิเจนชั่วคราว จนเกิดอาการชาและอ่อนแรงตามมา ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางและปลายประสาทอักเสบ ภาวะปลายประสาทอักเสบเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การได้รับสารพิษ หรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานบกพร่อง ในขณะที่ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางอย่างสมองและไขสันหลัง ก็ส่งผลต่อการรับรู้ความรู้สึก หากเกิดความเสียหายในบริเวณที่ควบคุมมือ ก็จะเป็นคำตอบว่าอาการมือชาเกิดจากอะไรในเคสที่ซับซ้อน การขาดวิตามินบีและปัญหาระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำให้มือชา วิตามินบี 1, บี 6 และบี 12 คือสารอาหารหลักในการบำรุงเส้นประสาท การขาดวิตามินเหล่านี้จะทำให้การส่งสัญญาณประสาทบกพร่อง นอกจากนี้หากระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี เลือดจะนำสารอาหารไปเลี้ยงเส้นประสาทปลายมือไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการชาสะสมจนเริ่มสูญเสียความรู้สึก มือชาเท้าชาเกิดจากอะไร? สัญญาณอันตรายที่เสี่ยงโรคเบาหวาน เมื่อเกิดคำถามว่ามือชาเท้าชาเกิดจากอะไร หนึ่งในโรคที่ต้องระวังเป็นอันดับต้น ๆ […]
เข่าเสื่อม ออกกำลังกายอย่างไร? คู่มือดูแลข้อเข่าฉบับสมบูรณ์

หลายคนเมื่อทราบว่าตัวเองเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม มักกังวลและหยุดเคลื่อนไหวร่างกายเพราะกลัวว่าข้อจะยิ่งสึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำถามที่ว่า เข่าเสื่อม ออกกำลังกายอย่างไร คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูข้อเข่าให้กลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้ง บทความนี้รวบรวมคู่มือการดูแลตัวเองและท่าบริหารที่ปลอดภัย เพื่อให้ก้าวเดินได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปวด ทำความเข้าใจโรคข้อเข่าเสื่อม สาเหตุและพฤติกรรมทำร้ายข้อ โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อมีการสึกหรอและเสื่อมสภาพตามกาลเวลาหรือพฤติกรรมการใช้งานที่รุนแรงสะสม ซึ่งปัจจัยหลักที่เร่งให้เกิดภาวะนี้ได้แก่ พฤติกรรมการนั่ง: การนั่งพับเพียบ ขัดสมาธิ หรือนั่งยอง ๆ เป็นประจำ ซึ่งเพิ่มแรงกดอัดในข้อเข่ามหาศาล น้ำหนักตัว: ภาระหนักที่ข้อเข่าต้องแบกรับตลอดเวลาส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อสึกกร่อนเร็วขึ้น การใช้งานผิดประเภท: การใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยครั้งหรือการลงน้ำหนักแรง ๆ ในขณะที่กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง อุบัติเหตุสะสม: เคยบาดเจ็บที่เส้นเอ็นหรือหมอนรองกระดูกเข่ามาก่อนแต่รักษาไม่หายขาด 3 สัญญาณเตือนเช็กด่วน! คุณเสี่ยงภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ หากกำลังสงสัยว่าตนเองเข้าข่ายโรคนี้หรือไม่ ให้ลองสังเกตอาการเบื้องต้นที่เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าข้อเข่าเริ่มต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วนแล้ว 1. อาการปวดเสียวในข้อเข่าและเสียงดังกรอบแกรบขณะขยับ สัญญาณแรกที่พบได้บ่อยคืออาการปวดเสียวลึก ๆ ในข้อเข่าเมื่อมีการเคลื่อนไหว เช่น จังหวะลุกนั่ง หรือเดินขึ้นลงบันได ร่วมกับเสียงดังกรอบแกรบภายในข้อ ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกอ่อนเริ่มสึกหรอจนเกิดการเสียดสีของผิวข้อต่อที่ขรุขระ ทำให้เกิดความรู้สึกสะดุดในทุกจังหวะที่ก้าวเดิน 2. ภาวะข้อเข่าติดแข็งช่วงตื่นนอนและการเหยียดงอเข่าไม่สุด ในระยะที่เริ่มมีความเสื่อมชัดเจน จะรู้สึกถึงอาการข้อเข่าฝืดแข็ง (Stiffness) โดยเฉพาะช่วงหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือหลังจากการนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน บางรายอาจพบว่าไม่สามารถเหยียดเข่าให้ตรงสนิทหรือพับเข่าได้สุดเหมือนเดิม ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันอย่างมาก 3. […]
ข้อเท้าพลิก ทำไงหายเร็ว? 5 วิธีฟื้นฟูเส้นเอ็นให้หายขาด

อุบัติเหตุเพียงเสี้ยววินาทีอย่างการก้าวพลาด ตกบันได หรือการบิดตัวขณะเล่นกีฬา อาจนำมาซึ่งความทรมานจากอาการ ข้อเท้าพลิก ซึ่งสร้างความกังวลใจว่า ข้อเท้าพลิก ทำไงหายเร็ว เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ บทความนี้จะเผย 5 วิธีฟื้นฟูที่ช่วยให้เส้นเอ็นสมานตัวได้ไวขึ้น พร้อมเทคนิคดูแลตัวเองอย่างถูกจุดเพื่อให้ข้อเท้ากลับมาแข็งแรงและหายขาดอย่างแท้จริง ข้อเท้าพลิกคืออะไร? เช็กความรุนแรง 3 ระดับที่ควรระวัง ข้อเท้าพลิก (Sprained Ankle) คือภาวะที่เส้นเอ็นซึ่งทำหน้าที่ยึดตรึงข้อเท้าเกิดการยืดหรือฉีกขาดกะทันหัน โดยสามารถประเมินระดับความรุนแรงเพื่อวางแผนการรักษาได้ดังนี้ ระดับที่ 1 (Mild): เส้นเอ็นถูกยืดเพียงเล็กน้อย มีอาการปวดบวมไม่มาก ยังพอเดินลงน้ำหนักได้ มักหายเองได้ภายใน 2 สัปดาห์ ระดับที่ 2 (Moderate): เส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน (ไม่เกิน 50%) ข้อเท้าบวมและเขียวช้ำชัดเจน ลงน้ำหนักลำบาก ใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 4-6 สัปดาห์ ระดับที่ 3 (Severe): เส้นเอ็นฉีกขาดออกจากกันทั้งหมด ไม่สามารถเดินได้ ข้อเท้าหลวมและปวดรุนแรง อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูยาวถึง 6-10 เดือน 5 เทคนิคปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดภาวะข้อเท้าพลิก การปฐมพยาบาลที่รวดเร็วคือหัวใจสำคัญของคำถามที่ว่า ข้อเท้าพลิก […]
รองเท้าสุขภาพ เลือกอย่างไรให้แก้ปัญหาปวดเท้าและรองช้ำ

หลายคนอาจมองข้ามว่าทุกย่างก้าวที่เราเดิน ร่างกายต้องรับแรงกระแทกมหาศาล การเลือกรองเท้าสุขภาพที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการลงทุนเพื่อโครงสร้างร่างกายในระยะยาว หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดส้นเท้าหรือโรครองช้ำ การรู้วิธีเลือกซื้อรองเท้าที่ช่วยซัพพอร์ตสรีระเท้าได้อย่างถูกต้อง จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและคืนอิสระในการเคลื่อนไหวให้คุณอีกครั้ง รองเท้าสุขภาพคืออะไร? ทำไมรองเท้าทั่วไปถึงอาจทำร้ายคุณ รองเท้าสุขภาพ คือรองเท้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องและซัพพอร์ตสรีระเท้าให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยกระจายแรงกดทับไม่ให้ลงที่จุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป ในขณะที่รองเท้าทั่วไปมักเน้นแฟชั่นหรือมีพื้นแข็งเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยลามไปถึงข้อเท้า สะโพก และหลัง หากใส่เดินนาน ๆ อาจทำให้เกิดตาปลาหรือภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง (Hallux Valgus)ได้ในที่สุด สัญญาณอันตรายจากการเลือกรองเท้าผิดต่อโครงสร้างร่างกาย การฝืนใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะกับรูปเท้าเปรียบเสมือนการทำร้ายร่างกายอย่างช้า ๆ ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนออกมาดังนี้ ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง (Bunion): เกิดจากการบีบอัดของหน้าเท้าที่แคบเกินไปจนกระดูกเริ่มผิดรูป อาการปวดจมูกเท้าและฝ่าเท้าด้านหน้า: มักพบในผู้ที่สวมรองเท้าส้นสูงหรือพื้นรองเท้าบางและแข็ง หนังเท้าด้านและตาปลา: สัญญาณที่บอกว่ามีการเสียดสีหรือจุดลงน้ำหนักที่ไม่สม่ำเสมอเป็นเวลานาน ปัญหาเชื้อราที่เท้า: ผลจากการเลือกวัสดุรองเท้าที่ไม่ระบายอากาศ จนเกิดการอับชื้นสะสม เจาะลึก 3 องค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีในรองเท้าสุขภาพ การเลือกซื้อรองเท้าสุขภาพที่ได้มาตรฐานและใช้งานได้จริงนั้น ควรพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจสำคัญในการซัพพอร์ตเท้า ดังนี้ หัวรองเท้าและหน้าเท้ากว้าง ลดการบีบอัดของนิ้วเท้าเอียง หัวรองเท้าที่ดีควรมีพื้นที่กว้างเพียงพอให้ปลายนิ้วเท้าสามารถขยับได้อิสระ โดยเฉพาะส่วนที่กว้างที่สุดของจมูกเท้าควรพอดีกับส่วนที่กว้างที่สุดของรองเท้า และควรมีพื้นที่เหลือจากปลายนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดประมาณครึ่งนิ้ว เพื่อลดแรงบีบคั้นที่อาจทำให้กระดูกนิ้วเท้าเอียงหรือบาดเจ็บจากการเสียดสี ส่วนบนรองเท้าที่ยืดหยุ่นและระบายอากาศลดความอับชื้น วัสดุส่วนบน (Upper) ของรองเท้าสุขภาพควรมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อรองรับการขยายตัวของเท้าในระหว่างวัน และควรมีสายรัดหรือเชือกผูกที่สามารถปรับให้เข้ากับขนาดเท้าที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น […]
สายเตะบอลต้องระวัง! อาการบาดเจ็บที่ห้ามมองข้าม

สำหรับเหล่านักเตะไม่ว่าจะเป็นระดับอาชีพหรือสายสุขภาพที่ชอบนัดรวมตัวเตะฟุตบอลหลังเลิกงาน ทราบไหมว่าร่างกายต้องรับภาระหนักกว่าที่คิด หากคุณเริ่มรู้สึกว่าเตะบอลเจ็บเข่า หรือมีอาการล้าสะสมตามข้อต่อ นี่คือสัญญาณเตือนที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้คุณต้องพักสนามไปอีกนานได้เลย ทำไมการเตะบอลถึงทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ กีฬาฟุตบอลและฟุตซอลจัดเป็นกีฬาที่มีแรงปะทะสูงและต้องใช้ทักษะการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ทั้งการวิ่งสปีด การเบรกกะทันหัน และการบิดตัวเปลี่ยนทิศทางตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดการเจ็บเข่าจากการเล่นกีฬาได้ง่ายมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬาสมัครเล่นที่กล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงพอหรือขาดการยืดเหยียดที่เหมาะสม ทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นต้องรับภาระหนักจนเกินขีดจำกัด 5 อาการสัญญาณเตือนร่างกายโอเวอร์โหลดจากการเตะบอล เมื่อร่างกายเริ่มใช้งานหนักเกินไปหรือ “โอเวอร์โหลด” มักจะแสดงอาการผิดปกติออกมาเพื่อเตือนให้เราหยุดพัก หากคุณพบว่าเตะบอลแล้วเจ็บเข่า หรือมีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษแล้ว 1. ปวดหลังล่างและตึงหลังยิงประตูจากการบิดตัวผิดท่า การยิงประตูหรือการส่งบอลยาวต้องอาศัยแรงเหวี่ยงจากแกนกลางลำตัว หากกล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่แข็งแรงพอ ร่างกายจะดึงกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างมาชดเชย ทำให้เกิดอาการปวดหน่วงบริเวณเอวหรือเจ็บจี๊ดเวลาบิดตัว หากปล่อยไว้ไม่รีบแก้ไข อาจนำไปสู่ปัญหากระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกในระยะยาวได้ 2. เจ็บจี๊ดที่ต้นขา สัญญาณกล้ามเนื้อฉีกระดับเริ่มต้น อาการตึงบริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) หรือต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ในขณะที่กำลังเร่งสปีด เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเส้นใยกล้ามเนื้อเริ่มได้รับความเสียหาย แม้คุณจะยังเดินได้ปกติแต่หากฝืนเล่นต่อไป กล้ามเนื้ออาจฉีกขาดรุนแรงจนเห็นเป็นรอยเขียวช้ำและต้องใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้น 3. ปวดหัวเข่าและเสียวรอบสะบ้า เสี่ยงภาวะเข่าเสื่อม การเตะบอลเจ็บเข่าบริเวณด้านหน้าหรือรอบสะบ้า มักเกิดจากการที่ผิวสัมผัสของข้อต่อรับแรงกระแทกซ้ำ ๆ จนเกิดการอักเสบ หลายคนมักถามว่าปวดหัวเข่ากินอะไรหาย หรือข้อเข่าเสื่อม กินอะไรดีเพื่อบำรุง แต่ความจริงแล้วการปรับท่าทางและการรักษาที่ตรงจุดสำคัญกว่า เพราะอาการเสียวเข่าขณะงอคือจุดเริ่มต้นของภาวะข้อเสื่อมก่อนวัย 4. น่องตึงเป็นตะคริวง่าย […]