หมอนรองกระดูกปลิ้น หมอนรองเข่าฉีก คืออะไร อาการบาดเจ็บที่ไม่ควรมองข้าม

หมอนรองกระดูกปลิ้น หมอนรองเข่าฉีก คืออะไร อาการบาดเจ็บที่ไม่ควรมองข้าม

Facebook

ใครที่มีอาการปวดเข่า เสียวแปลบ หรือเข่าล็อก เดินลำบาก อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะ หมอนรองกระดูกปลิ้น หรือหมอนรองเข่าฉีก ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยในนักกีฬาและผู้ที่ใช้ข้อเข่าหนัก มาทำความเข้าใจกันว่าอาการเหล่านี้คืออะไร และเพราะเหตุใดจึงไม่ควรมองข้ามและต้องรีบเข้ารับการรักษา โดยโรคนี้เป็นรอยโรคเฉพาะบริเวณข้อต่อหัวเข่า ซึ่งเป็นคนละโรคกับภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นที่ส่งผลต่อระบบแกนกลางลำตัว

หมอนรองเข่าฉีกคืออะไร

หมอนรองเข่าฉีก หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Meniscus Tear เป็นภาวะที่หมอนรองกระดูกเข่าซึ่งมีลักษณะเป็นกระดูกอ่อนรูปพระจันทร์ครึ่งซีกจำนวนสองชิ้นในข้อเข่าได้รับบาดเจ็บจนเกิดการฉีกขาด หมอนรองกระดูกนี้มีหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งในการเป็นเหมือนเบาะรองรับแรงกระแทก ช่วยกระจายน้ำหนัก และทำให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นและมั่นคง เมื่อเกิดการบิด หมุน หรือกระแทกอย่างรุนแรงที่ข้อเข่า กระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งอาจบิดเบียดกับหมอนรองกระดูก จนทำให้เกิดการฉีกขาด ซึ่งนำไปสู่อาการปวดและปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ข้อเข่าอักเสบ หรือหากปล่อยไว้นานอาจกลายเป็นข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

อาการของหมอนรองเข่าฉีก

อาการของหมอนรองเข่าฉีก

เมื่อเกิดการฉีกขาดของหมอนรองกระดูกเข่า ผู้ป่วยจะประสบกับอาการที่หลากหลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก อาการที่พบบ่อยได้แก่

  • ปวดเสียวในข้อเข่า: อาการนี้มักจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมีการยืดเหยียด งอเข่า หรือลงน้ำหนักที่เข่า
  • เข่าบวม: การฉีกขาดของหมอนรองเข่ามักทำให้เกิดการอักเสบภายในข้อเข่า ส่งผลให้มีอาการบวมแดงร่วมด้วย
  • เคลื่อนไหวได้ยาก: ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าข้อเข่าติดขัด มีเสียงดังกรอบแกรบ หรือมีความยากลำบากในการงอหรือเหยียดเข่าอย่างเต็มที่ จนทำให้การเดินหรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ มีปัญหา
  • ข้อเข่าล็อก: ในบางกรณี อาการหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือฉีกขาดอาจทำให้ชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกที่ฉีกไปขัดกับการเคลื่อนไหวของข้อเข่า จนทำให้ข้อเข่าล็อก หรือไม่สามารถงอหรือเหยียดได้เลย

หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

สาเหตุที่ทำให้หมอนรองเข่าฉีก

ภาวะหมอนรองเข่าฉีกเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่มักเป็นผลมาจากอุบัติเหตุที่ทำให้เข่าได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน หรือเกิดจากการเคลื่อนไหวที่ผิดท่า สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

  • รับแรงกระแทกจากการเล่นกีฬา: โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มีการกระโดด ลงน้ำหนัก หรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล รักบี้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของการฉีกขาดของหมอนรองเข่า
  • บิดหมุนเข่าอย่างรวดเร็ว: การบิดหมุนข้อเข่าในขณะที่เท้ายังอยู่กับที่ หรือการเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน อาจทำให้หมอนรองกระดูกรับแรงบิดมากเกินไปจนเกิดการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น
  • หกล้มโดยใช้เข่าลง: การลื่นล้ม หรือหกล้มที่ทำให้เข่ากระแทกลงกับพื้นโดยตรงอย่างรุนแรง อาจส่งผลให้หมอนรองเข่าฉีกขาด หรืออาจเกิดการบาดเจ็บของกระดูกข้อเข่าร่วมด้วย
  • ก้าวขาผิดท่า: การเดินบนพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ มีหลุมบ่อ หรือมีพื้นต่างระดับ อาจทำให้ก้าวพลาด ผิดจังหวะ หรือลงน้ำหนักผิดท่า จนนำไปสู่การฉีกขาดของหมอนรองเข่าได้

การวินิจฉัยอาการหมอนรองเข่าฉีก

การวินิจฉัยอาการหมอนรองเข่าฉีก เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง และควรดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อให้ได้ผลการวินิจฉัยที่แม่นยำและนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจถึงลักษณะอาการ ความรุนแรง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บ จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยเฉพาะการตรวจบริเวณข้อเข่า เพื่อประเมินความมั่นคง การเคลื่อนไหว และจุดที่เจ็บปวด

นอกจากการตรวจร่างกายแล้ว แพทย์อาจพิจารณาใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เพิ่มเติม เช่น การเอกซเรย์ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของกระดูก หรือที่สำคัญคือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการแสดงภาพโครงสร้างภายในข้อเข่าได้อย่างชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถเห็นภาพของหมอนรองกระดูกเข่าที่ฉีกขาด หรือมีอาการอักเสบได้อย่างละเอียด การวินิจฉัยที่ถูกต้องและแม่นยำนี้จะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวจากอาการหมอนรองกระดูกปลิ้นได้เร็วขึ้น

วิธีรักษาหมอนรองเข่าฉีก

วิธีรักษาหมอนรองเข่าฉีก

เมื่อหมอนรองกระดูกปลิ้นหรือฉีกขาด วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ ซึ่งมีหลายแนวทางให้เลือก ได้แก่ การรักษาตามอาการ การผ่าตัดส่องกล้อง การผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกบางส่วนออก และการรักษาด้วยเกล็ดเลือด (PRP)

เมื่อหมอนรองกระดูกเกิดความเสียหาย วิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและตำแหน่งของการฉีกขาด โดยสามารถเปรียบเทียบแนวทางการรักษาหลักได้ดังนี้

แนวทางการรักษา

รูปแบบการบำบัด

เหมาะสำหรับรอยโรคแบบไหน

ระยะเวลาการฟื้นตัว

รักษาตามอาการ

ทานยา บรรเทาปวด ประคบเย็น และพักการใช้งาน

การฉีกขาดขนาดเล็กกึ่งกลางข้อเข่า หรือบริเวณขอบนอกที่มีเลือดเลี้ยง

4 – 6 สัปดาห์

ผ่าตัดส่องกล้อง

ใช้กล้องและเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปเย็บซ่อมแซมหรือตัดแต่ง

แผลฉีกขาดขนาดใหญ่ โครงสร้างฉีกขาดรุนแรง หรือข้อเข่าล็อก

3 – 6 เดือน

รักษาด้วยเกล็ดเลือด (PRP)

ฉีดพลาสมาเข้มข้นเข่ากระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่ออ่อน

แผลฉีกขาดระดับปานกลาง ผู้ที่ต้องการเลี่ยงศัลยกรรม

2 – 4 สัปดาห์

รักษาตามอาการ

การรักษาตามอาการ เป็นแนวทางแรกที่มักใช้กับอาการหมอนรองเข่าฉีกที่ไม่รุนแรง หรือฉีกขาดเพียงเล็กน้อย โดยจะเน้นไปที่การบรรเทาความเจ็บปวดและลดการอักเสบ แพทย์มักจะแนะนำให้ใช้ยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับการพักผ่อน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เข่าได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การประคบเย็น และการยกขาสูงก็เป็นวิธีที่ช่วยลดอาการบวมได้เช่นกัน การรักษาแบบประคับประคองนี้จะช่วยให้ร่างกายมีโอกาสฟื้นตัวตามธรรมชาติ และในบางกรณีที่หมอนรองกระดูกเข่าฉีก หายเองได้ไหม ก็ต้องบอกว่ามีโอกาสได้ แต่ต้องใช้เวลาและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด

ผ่าตัดส่องกล้อง

การผ่าตัดส่องกล้อง เป็นวิธีการรักษาหมอนรองเข่าฉีกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกรณีที่อาการไม่รุนแรงมาก หรือมีการฉีกขาดที่สามารถเย็บซ่อมแซมได้ แพทย์จะทำการสอดกล้องขนาดเล็กที่มีไฟและเลนส์เข้าไปในข้อเข่าผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็ก ทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในข้อเข่าได้อย่างชัดเจน จากนั้นจึงใช้เครื่องมือพิเศษขนาดเล็กเพื่อเย็บซ่อมแซมหมอนรองกระดูกที่ฉีกขาด ข้อดีของการผ่าตัดวิธีนี้คือ ผู้ป่วยจะได้รับบาดเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และมีรอยแผลเป็นขนาดเล็กเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด

ผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกบางส่วนออก

ในกรณีที่หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือฉีกขาดอย่างรุนแรง ไม่สามารถเย็บซ่อมแซมได้ หรือมีส่วนที่เสียหายมากจนอาจเป็นอันตรายต่อข้อเข่าในระยะยาว แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกส่วนที่ฉีกขาด หรือเสียหายออกบางส่วน การทำเช่นนี้จะช่วยลดอาการปวด และช่วยให้ข้อเข่ากลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น การที่ชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกไปขัดกับข้อเข่าจนทำให้เกิดอาการล็อก อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออกบางส่วนอาจทำให้ข้อเข่ารับแรงกระแทกได้ไม่เต็มที่เท่าเดิม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมในอนาคตได้

รักษาด้วยเกล็ดเลือด (PRP)

การรักษาด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น (Platelet-Rich Plasma หรือ PRP) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการรักษาอาการหมอนรองเข่าฉีก หรืออาการข้อเข่าเสื่อม วิธีการนี้ทำโดยการสกัดเลือดของผู้ป่วยมาปั่นแยก เพื่อให้ได้พลาสมาที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดสูง ซึ่งอุดมไปด้วยปัจจัยการเจริญเติบโต (Growth Factors) จากนั้นจึงฉีดพลาสมานี้กลับเข้าไปยังบริเวณหมอนรองกระดูกที่ฉีกขาด หรือเสียหาย ปัจจัยการเจริญเติบโตเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย และลดการอักเสบ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด และฟื้นฟูข้อเข่าอย่างเป็นธรรมชาติ

หมอนรองเข่าฉีก ต้องผ่าตัดไหม? เคสแบบไหนรักษาไม่ผ่าตัดได้

ไม่ใช่ผู้ป่วยหมอนรองเข่าฉีกทุกรายที่จำเป็นต้องจบลงด้วยการผ่าตัด สำหรับเคสที่สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด มักเป็นรอยฉีกขาดขนาดเล็กที่มีความยาวไม่เกิน 5 มิลลิเมตร และอยู่บริเวณขอบนอกของหมอนรองกระดูก (Red Zone) ซึ่งเป็นจุดที่มีระบบไหลเวียนโลหิตนำพาออกซิเจนและสารอาหารเข้ามาเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างในส่วนนี้จึงสามารถสมานตัวเองได้ผ่านแนวทางอนุรักษ์นิยม การจัดระเบียบสรีระ และการทำกายภาพอย่างถูกวิธี ร่วมกับการทำหัตถการทางเลือกที่ไม่ทำลายโครงสร้างรอบข้อต่อ

หากคุณกำลังมีอาการปวดหัวเข่าเรื้อรัง มีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือประสบปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดเข่าในวัยรุ่น ข้อเข่าเสื่อมจากอายุ หรือใช้งานหนักจนลุกนั่งลำบาก บวม หรือลงน้ำหนักไม่ได้ และไม่ต้องการผ่าตัด KLOSS Wellness Clinic คือ คลินิกกระดูกและข้อ ที่พร้อมให้การดูแลคุณอย่างเข้าใจ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เราเน้นการรักษาแบบองค์รวม โดยไม่ใช้ยาเคมี และไม่เน้นการผ่าตัด รวมถึงมีบริการกายภาพบำบัด และโปรแกรมการฟื้นฟูต่าง ๆ เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไร้ความกังวลใจเรื่องอาการปวด และพร้อมทำกิจกรรมที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ

ระยะฟื้นตัว และกายภาพหลังรักษา ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาในการฟื้นฟูร่างกายหลังเกิดภาวะหมอนรองเข่าฉีกจะแปรผันตามแนวทางการรักษา หากเป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ร่างกายจะใช้เวลาสมานผิวเนื้อเยื่อประมาณ 4-6 สัปดาห์ แต่หากเป็นเคสที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมแซม อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นยาวนานถึง 3-6 เดือน โดยในช่วงนี้ การทำกายภาพบำบัดมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเพื่อป้องกันข้อติด ยืดกล้ามเนื้อต้นขา และฝึกการลงน้ำหนักอย่างเป็นขั้นเป็นตอนภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัด เพื่อให้ข้อเข่ากลับมาเคลื่อนไหวได้เต็มพิสัยเดิม

หากคุณกำลังมีอาการปวดหัวเข่าเรื้อรัง มีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือประสบปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดเข่าในวัยรุ่น ข้อเข่าเสื่อมจากอายุ หรือใช้งานหนักจนลุกนั่งลำบาก บวม หรือลงน้ำหนักไม่ได้ และไม่ต้องการผ่าตัด KLOSS Wellness Clinic คือ คลินิกกระดูกและข้อ ที่พร้อมให้การดูแลคุณอย่างเข้าใจ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เราเน้นการรักษาแบบองค์รวม โดยไม่ใช้ยาเคมี และไม่เน้นการผ่าตัด รวมถึงมีบริการกายภาพบำบัด และโปรแกรมการฟื้นฟูต่าง ๆ เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไร้ความกังวลใจเรื่องอาการปวด และพร้อมทำกิจกรรมที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ

สรุปบทความ

อาการหมอนรองกระดูกปลิ้น หรือหมอนรองเข่าฉีก เป็นอาการบาดเจ็บที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบกีฬา หรือผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนัก การเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพเข่าได้อย่างถูกวิธี และป้องกันการเกิดปัญหาเรื้อรัง 

หากคุณกำลังมีอาการปวดหัวเข่าเรื้อรัง มีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือประสบปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดเข่าในวัยรุ่น ข้อเข่าเสื่อมจากอายุ หรือใช้งานหนักจนลุกนั่งลำบาก บวม หรือลงน้ำหนักไม่ได้ และไม่ต้องการผ่าตัด KLOSS Wellness Clinic คือ คลินิกกระดูกและข้อ ที่พร้อมให้การดูแลคุณอย่างเข้าใจ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี เราเน้นการรักษาแบบองค์รวม โดยไม่ใช้ยาเคมี และไม่เน้นการผ่าตัด รวมถึงมีบริการกายภาพบำบัด และโปรแกรมการฟื้นฟูต่าง ๆ เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ไร้ความกังวลใจเรื่องอาการปวด และพร้อมทำกิจกรรมที่คุณรักได้อย่างมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย

ภาวะหมอนรองเข่าฉีก หายเองได้ไหม ต้องดูแลอย่างไร?

สามารถหายเองได้ในกรณีที่รอยฉีกขาดมีขนาดเล็กมากและอยู่บริเวณขอบนอกที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยง โดยผู้ป่วยต้องงดกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อข้อเข่า พักการใช้งาน สวมอุปกรณ์ช่วยพยุง และทำกายภาพบำบัดเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อต่ออย่างเคร่งครัด

เคสที่ไม่ต้องผ่าตัดคือรอยฉีกขนาดเล็กกึ่งกลางข้อต่อและไม่มีอาการเข่าล็อก ส่วนเคสที่จำเป็นต้องผ่าตัดส่องกล้องคือ แผลฉีกขาดขนาดใหญ่ ชิ้นส่วนหมอนรองกระดูกหลุดลุกลามไปขัดขวางโครงสร้างข้อต่อจนเกิดภาวะเข่าล็อกถาวร หรือรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่ดีขึ้น

หากรักษาด้วยวิธีประคับประคองไม่ผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ กล้ามเนื้อจะเริ่มกลับมาทำงานปกติ แต่ในเคสที่ผ่านการผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมแซมพังผืด อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นและทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูต่อเนื่องยาวนาน 3-6 เดือน

การฉีด PRP มีส่วนช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเกล็ดเลือดจะหลั่งสาร Growth Factors เข้าไปลดกระบวนการอักเสบเรื้อรังและเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณที่หมอนรองกระดูกเกิดรอยฉีกขาดขนาดเล็กถึงปานกลาง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Kloss Wellness Clinic มี 2 สาขา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
LOGO KLOSS WELLNESS CLINIC

BOOKING

 กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรุณาเลือก Promotions ที่คุณสนใจ
*** สงวนสิทธิ์ 1 คน / 1 สิทธิ์