Echo หัวใจ

Echo หัวใจ (Echocardiogram) คืออะไร? เจาะลึกประโยชน์ของการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจที่คุณไม่ควรละเลย

Facebook

หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าหัวใจยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีความผิดปกติแอบแฝงอยู่ การตรวจ Echo หัวใจ (Echocardiogram) หรือการอัลตราซาวด์หัวใจเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างและการทำงานของหัวใจแบบเรียลไทม์ สามารถประเมินความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ และการไหลเวียนของเลือดได้อย่างละเอียด ช่วยตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นในอนาคต 

ตรวจ Echo หัวใจคืออะไร? ทำไมถึงเป็นวิธีวินิจฉัยโรคหัวใจที่แม่นยำที่สุดวิธีหนึ่ง 

Echo หัวใจ (Echocardiogram) คือการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ซึ่งจะส่งคลื่นเสียงผ่านผนังทรวงอกลงไปที่หัวใจ แล้วรับสัญญาณเสียงที่สะท้อนกลับมาแปลงเป็นภาพเคลื่อนไหวบนจอคอมพิวเตอร์ วิธีนี้ช่วยให้แพทย์ประเมินการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด โดยจะช่วยให้เห็นรายละเอียดโครงสร้างภายในหัวใจอย่างชัดเจน ทั้งขนาด การบีบตัว และการไหลเวียนของเลือด โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องเจาะเลือด และไม่มีการใช้รังสีใดๆ จึงถือเป็นวิธีวินิจฉัยโรคหัวใจที่แม่นยำที่สุดวิธีหนึ่งในการคัดกรองโรคในปัจจุบัน 

หลักการทำงานของเครื่อง Echo หัวใจ  

สำหรับหลักการทำงานของเครื่องตรวจ Echo หัวใจ จะเปลี่ยนคลื่นเสียงเพื่อสร้างภาพ 2 มิติ หรือ 3 มิติ เพื่อประเมินองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้   

เครื่อง Echo หัวใจ

การประเมินขนาดและโครงสร้างห้องหัวใจ (Heart Chambers) 

การตรวจ Echo หัวใจช่วยให้แพทย์สามารถประเมินลักษณะและขนาดของห้องหัวใจทั้ง 4 ห้องได้อย่างชัดเจน ว่ามีสัดส่วนเหมาะสมหรือมีความผิดปกติ เช่น ภาวะหัวใจโต หรือผนังหัวใจหนากว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการที่หัวใจต้องทำงานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงในระยะยาว   

การตรวจเช็กประสิทธิภาพการเปิด-ปิดของลิ้นหัวใจ (Heart Valves) 

ลิ้นหัวใจมีบทบาทสำคัญในการควบคุมทิศทางการไหลเวียนของเลือดภายในหัวใจ การตรวจ Echo ช่วยให้แพทย์สามารถสังเกตการเปิด–ปิดของลิ้นหัวใจแต่ละตำแหน่งได้ว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่ รวมถึงประเมินภาวะลิ้นหัวใจรั่ว (Regurgitation) หรือลิ้นหัวใจตีบ (Stenosis) ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ติดตาม อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจในระยะยาวได้ 

การวัดแรงบีบตัวและประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือด (Ejection Fraction – EF)  

ค่า Ejection Fraction (EF) เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจในการสูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงร่างกาย การตรวจ Echo หัวใจสามารถช่วยคำนวณค่านี้ได้ เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ หากค่า EF ต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม อาจสะท้อนถึงภาวะที่หัวใจทำงานได้ลดลง และจำเป็นต้องติดตามหรือดูแลเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์ 

การค้นหาลิ่มเลือด เนื้องอก และความผิดปกติของผนังกล้ามเนื้อหัวใจ 

การตรวจ Echo สามารถช่วยให้แพทย์สังเกตความผิดปกติภายในหัวใจ เช่น การพบลิ่มเลือด เนื้องอก หรือของเหลวสะสมในช่องหุ้มหัวใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ การตรวจพบความผิดปกติเหล่านี้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้สามารถวางแผนการติดตามและการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม  

5 ประโยชน์สูงสุดของการตรวจ Echo หัวใจ เพื่อวางแผนสุขภาพหัวใจในระยะยาว 

การตรวจ Echo หัวใจ (Echocardiogram) ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะในผู้ที่มีอาการผิดปกติเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์สำคัญที่ช่วยให้คนไข้และแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ดังนี้  

  • วินิจฉัยโรคได้อย่างตรงจุด: ช่วยให้แพทย์ประเมินสาเหตุของอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยง่าย จากการทำงานของหัวใจได้ชัดเจนขึ้น
  • ประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัด: ใช้ประกอบการประเมินความพร้อมของหัวใจ เพื่อลดความเสี่ยงระหว่างและหลังการผ่าตัดใหญ่  
  • ติดตามผลการรักษา: ช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของการทำงานหัวใจ เพื่อประเมินประสิทธิผลของการรักษาที่ได้รับ 
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอัมพฤกษ์–อัมพาต: ช่วยตรวจพบภาวะที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดสมอง
  • วางแผนร่วมกับนวัตกรรมอื่นๆ: ใช้ข้อมูลจาก Echo ประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจร่วมกับเทคโนโลยีหรือการรักษาอื่น ๆ เช่น การทำ EECP (การนวดกระตุ้นการไหลเวียนเลือด) เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ Echo หัวใจ? เช็กสัญญาณเสี่ยงก่อนสายเกินแก้ 

การตรวจ Echo หัวใจ ไม่จำเป็นต้องรอให้ป่วยหนัก หากคุณมีสัญญาณเตือนหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที  

ผู้ที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติขณะออกแรง 

หากคุณรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติเวลาเดินขึ้นบันได หรือมีอาการแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ นี่คือสัญญาณสำคัญที่บอกว่าหัวใจอาจบีบตัวได้ไม่เต็มที่  

ผู้ที่แพทย์ตรวจร่างกายแล้วพบเสียงหัวใจผิดปกติ (Heart Murmur) 

บ่อยครั้งที่การตรวจร่างกายทั่วไปพบ “เสียงฟู่” ที่หัวใจ ซึ่งมักเกิดจากลิ้นหัวใจผิดปกติ การทำ Echo จะช่วยยืนยันความรุนแรงของโรคได้ดีที่สุด  

ผู้ป่วยในกลุ่มโรค NCDs เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง 

โรคเรื้อรังเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผนังกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ หากคุณมีปัญหาเรื่องปวดเมื่อยตามร่างกายจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต แนะนำให้ปรึกษาคลินิกกระดูกและข้อ เพื่อแยกแยะอาการปวดจากโครงสร้างร่างกายออกจากอาการเหนื่อยจากโรคหัวใจ  

อาการเจ็บแน่นหน้าอก

สรุปบทความ 

การตรวจ Echo หัวใจ (Echocardiogram) เป็นการตรวจที่ช่วยประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ ไปจนถึงการไหลเวียนของเลือด ข้อมูลจากการตรวจมีประโยชน์ทั้งในการวินิจฉัย ติดตามผลการรักษา และวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจในระยะยาว 

ที่ KLOSS Clinic เราเชี่ยวชาญด้านการดูแลระบบกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ โดยให้ความสำคัญกับการประเมินสุขภาพร่างกายอย่างรอบด้านก่อนการรักษา การทำหัตถการ หรือการวางแผนฟื้นฟูสมรรถภาพ การมีข้อมูลจากการตรวจ Echo หัวใจช่วยให้ทีมแพทย์สามารถพิจารณาความพร้อมของระบบไหลเวียนเลือดและการทำงานของหัวใจ ควบคู่ไปกับการรักษาด้านกระดูกและข้อ เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การตรวจ Echo หัวใจ แตกต่างจากการตรวจกราฟไฟฟ้าหัวใจ (EKG) อย่างไร? 

EKG จะตรวจดูเฉพาะจังหวะการเต้นของหัวใจและกระแสไฟฟ้า แต่การตรวจ Echo หัวใจจะทำให้เห็นภาพโครงสร้าง ขนาดลิ้นหัวใจ และแรงบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งให้รายละเอียดที่ลึกมากกว่า  

การตรวจ Echo หัวใจ มีผลข้างเคียงหรืออันตรายจากรังสีสะสมหรือไม่? 

ไม่อันตราย เนื่องจาก Echo ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ไม่ใช่รังสีเอ็กซ์เรย์ จึงมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถตรวจซ้ำได้บ่อยเท่าที่จำเป็น แม้แต่ในสตรีมีครรภ์ก็สามารถตรวจได้  

ผลตรวจ Echo หัวใจ บอกอะไรเกี่ยวกับความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบได้บ้าง? 

Echo สามารถบอกผลกระทบที่เกิดจากหลอดเลือดตีบได้ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนบีบตัวน้อยลง แต่หากต้องการเห็นการอุดตันของหลอดเลือดโดยตรง อาจต้องมีการตรวจอื่นร่วมด้วย เช่น การเดินสายพาน (Stress Test) หรือการฉีดสี 

ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนเข้ารับการตรวจ Echo หัวใจ หรือไม่? 

สำหรับการตรวจ Echo ผ่านผนังทรวงอกปกติ ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร ผู้ป่วยสามารถทานยาประจำตัวและใช้ชีวิตได้ตามปกติก่อนเข้ารับการตรวจ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Kloss Wellness Clinic มี 2 สาขา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
LOGO KLOSS WELLNESS CLINIC

BOOKING

 กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรุณาเลือก Promotions ที่คุณสนใจ
*** สงวนสิทธิ์ 1 คน / 1 สิทธิ์