โรครองช้ำคืออะไร เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร พร้อมวิธีแก้รองช้ำที่คุณควรรู้

โรครองช้ำคืออะไร เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร พร้อมวิธีแก้รองช้ำที่คุณควรรู้

Facebook

สำหรับใครรู้สึกเจ็บปวดใต้ฝ่าเท้าตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือเวลาเดินระยะไกลแล้วรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณส้นเท้าจนเริ่มสงสัยว่าอาการปวดส้นเท้าด้านหลังเกิดจากอะไร? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรครองช้ำ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การรู้จักวิธีแก้รองช้ำที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้คุณสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจว่าอาการปวดส้นเท้าที่เกิดขึ้นกำลังบอกสัญญาณอะไรกับเรา

โรครองช้ำคืออะไร

โรครองช้ำหรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Plantar Fasciitis เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นพังผืดใต้ฝ่าเท้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนสายยึดที่เชื่อมต่อระหว่างกระดูกส้นเท้าและนิ้วเท้า เส้นเอ็นนี้ช่วยรองรับน้ำหนักและกระจายแรงกระแทกเมื่อเราเดินหรือวิ่ง เมื่อมีการใช้งานมากเกินไปหรือได้รับแรงกดทับอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดการอักเสบและเจ็บปวด ซึ่งภาวะปวดส้นเท้าบอกโรคนี้หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อการเดินในอนาคต

อาการของโรครองช้ำ

ผู้ป่วยที่เป็นโรครองช้ำจะมีอาการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถสังเกตได้ดังนี้

  • เจ็บปวดบริเวณส้นเท้าและใต้ฝ่าเท้า โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอนหรือหลังจากนั่งนาน ๆ
  • ความเจ็บปวดจะรุนแรงที่สุดในก้าวแรก ๆ และค่อย ๆ ลดลงเมื่อมีการเดินหรือขยับไปสักพัก
  • รู้สึกเหมือนมีของแหลม ๆ แทงจากด้านล่างของส้นเท้า จนทำให้มีอาการปวดส้นเท้าอย่างชัดเจน
  • มีอาการปวดและแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อน่อง
  • ความเจ็บปวดอาจแผ่ไปยังบริเวณอื่น เช่น ปวดข้อเท้า หรือปวดสะโพก โดยมักกังวลว่าปวดส้นเท้าด้านหลังเกิดจากอะไร ได้บ้างนอกจากพังผืด

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรครองช้ำ

มีหลายปัจจัยที่สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะปวดส้นเท้า และโรครองช้ำ ได้แก่

  • น้ำหนักตัวเกิน ทำให้เส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้าต้องรับแรงกดทับมากเกินไป
  • การออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อฝ่าเท้า เช่น วิ่ง กระโดด หรือยืนนาน ๆ
  • การสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าแบนหรือส้นสูงมากเกินไป ทำให้โครงสร้างเท้าผิดเพี้ยนและ ปวดส้นเท้าบอกโรค ผ่านการอักเสบเรื้อรัง
  • โครงสร้างของเท้าที่ผิดปกติ เช่น เท้าแบนหรือโค้งสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นคำตอบหนึ่งของคำถามที่ว่าปวดส้นเท้าด้านหลังเกิดจากอะไร
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเอ็นเสื่อมสภาพและยืดหยุ่นลดลง

การรักษาและบรรเทาอาการโรครองช้ำ

การรักษาและบรรเทาอาการโรครองช้ำ

วิธีแก้รองช้ำมีหลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยการรักษาที่มีประสิทธิภาพควรทำอย่างต่อเนื่องและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอบางผู้ป่วยที่มีอาการร่วมอื่น เช่น ปวดหัวเข่า หรืออาการปวดเข่าในวัยรุ่น อาจต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม

1. พักการใช้เท้า

การลดการใช้งานเท้าเป็นวิธีแก้รองช้ำขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินนานเกินไป หยุดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอาการปวด และให้เส้นเอ็นได้พักฟื้น เพื่อลดอาการปวดส้นเท้า การใช้ไม้เท้าหรือไม้ค้ำยันในช่วงแรกอาจช่วยลดแรงกดทับได้

2. ทำกายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัดเป็นวิธีแก้รองช้ำที่ได้ผลดี โดยการยืดเหยียดเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อน่อง การนวดเฉพาะจุด และการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อเท้า ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดและป้องกันการเกิดซ้ำ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวเข่าข้างขวา และปวดหัวเข่าข้างซ้าย อาจต้องปรับโปรแกรมการบำบัดให้เหมาะสม

3. ใช้แผ่นรองฝ่าเท้าที่เหมาะสม

การใช้แผ่นรองฝ่าเท้าพิเศษเป็นวิธีแก้รองช้ำที่ช่วยกระจายแรงกดทับและรองรับโค้งเท้าได้อย่างถูกต้อง แผ่นรองที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโรครองช้ำจะช่วยลดแรงกระแทกและบรรเทาอาการปวด นอกจากนี้ยังควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนุ่มและรองรับฝ่าเท้าได้ดี

4. ใช้ยาแก้ปวดและแก้อักเสบ

ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโปรเฟน สามารถช่วยลดอาการปวดและการอักเสบได้ชั่วคราว ยาทาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของสารต้านการอักเสบก็สามารถใช้ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้และไม่ควรใช้เป็นประจำ เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

5. รักษาโดยผู้เชี่ยวชาญคลินิกกระดูกและข้อ

การรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกกระดูกและข้อเป็นวิธีแก้รองช้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การฉีดยา การฉีดเซลล์บำบัดหรือการกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีกว่าการรักษาด้วยตนเอง

ข้อควรระวังของคนเป็นรองช้ำ

ข้อควรระวังของคนเป็นรองช้ำ

ผู้ป่วยโรครองช้ำควรปฏิบัติตัวดังนี้เพื่อป้องกันอาการที่อาจแย่ลง

  • หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง โดยเฉพาะตอนเช้าที่มักมีอาการปวดส้นเท้าได้ง่าย
  • ควรเหยียดหรือขยับข้อเท้าเบา ๆ ขณะยังอยู่บนที่นอนหลังตื่นนอน เพื่อช่วยให้เส้นเอ็นยืดหยุ่นและลดอาการตึงเมื่อลุกขึ้นเดิน
  • ไม่ควรสวมรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าที่ไม่มีการรองรับฝ่าเท้า
  • หลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง
  • ควรอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
  • ระวังน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน

สรุปบทความ

โรครองช้ำเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถรักษาได้หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง วิธีแก้รองช้ำที่มีประสิทธิภาพคือการรักษาแบบองค์รวมที่จัดการปัญหาว่าปวดส้นเท้าด้านหลังเกิดจากอะไร หากคุณกำลังมีอาการปวดส้นเท้า เรื้อรังไม่อยากผ่าตัด หรือต้องการการรักษาที่เน้นความเข้าใจว่าการปวดส้นเท้าบอกโรค อะไรได้บ้าง ให้มาใช้บริการที่ KLOSS Wellness Clinic ซึ่งมีทีมแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณกลับมาเดินได้อย่างปกติอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

มีอาการปวดส้นเท้าจี๊ด ๆ ตอนตื่นนอนหรือก้าวแรกของวัน คือสัญญาณของโรคอะไร?

อาการปวดจี๊ดก้าวแรกเป็นสัญญาณชัดเจนของโรครองช้ำ เกิดจากพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบและหดตัวขณะหลับ เมื่อลุกเดินกะทันหันพังผืดจะถูกกระชากอย่างรุนแรงจนเกิดความเจ็บปวด

นอกจากรองช้ำ การปวดส้นเท้าบอกโรคได้หลายอย่าง เช่น เอ็นร้อยหวายอักเสบ กระดูกส้นเท้างอก หรือเส้นประสาทบริเวณข้อเท้าถูกกดทับ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดเรื้อรังหากไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

อาการปวดส้นเท้าด้านหลังเกิดจากอะไร มักเกี่ยวข้องกับเอ็นร้อยหวายหรือถุงน้ำหลังข้อเท้าอักเสบ ซึ่งต่างจากเจ็บกลางฝ่าเท้าที่เป็นปัญหาของพังผืดอุ้งเท้าโดยตรง ทำให้ตำแหน่งและแนวทางการรักษาแตกต่างกันชัดเจน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Kloss Wellness Clinic มี 2 สาขา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
LOGO KLOSS WELLNESS CLINIC

BOOKING

 กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรุณาเลือก Promotions ที่คุณสนใจ
*** สงวนสิทธิ์ 1 คน / 1 สิทธิ์