Echo หัวใจ (Echocardiogram) คืออะไร? เจาะลึกประโยชน์ของการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจที่คุณไม่ควรละเลย

Echo หัวใจ

หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าหัวใจยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีความผิดปกติแอบแฝงอยู่ การตรวจ Echo หัวใจ (Echocardiogram) หรือการอัลตราซาวด์หัวใจเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างและการทำงานของหัวใจแบบเรียลไทม์ สามารถประเมินความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ และการไหลเวียนของเลือดได้อย่างละเอียด ช่วยตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนดูแลสุขภาพหัวใจเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นในอนาคต  ตรวจ Echo หัวใจคืออะไร? ทำไมถึงเป็นวิธีวินิจฉัยโรคหัวใจที่แม่นยำที่สุดวิธีหนึ่ง  Echo หัวใจ (Echocardiogram) คือการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ซึ่งจะส่งคลื่นเสียงผ่านผนังทรวงอกลงไปที่หัวใจ แล้วรับสัญญาณเสียงที่สะท้อนกลับมาแปลงเป็นภาพเคลื่อนไหวบนจอคอมพิวเตอร์ วิธีนี้ช่วยให้แพทย์ประเมินการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด โดยจะช่วยให้เห็นรายละเอียดโครงสร้างภายในหัวใจอย่างชัดเจน ทั้งขนาด การบีบตัว และการไหลเวียนของเลือด โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องเจาะเลือด และไม่มีการใช้รังสีใดๆ จึงถือเป็นวิธีวินิจฉัยโรคหัวใจที่แม่นยำที่สุดวิธีหนึ่งในการคัดกรองโรคในปัจจุบัน  หลักการทำงานของเครื่อง Echo หัวใจ   สำหรับหลักการทำงานของเครื่องตรวจ Echo หัวใจ จะเปลี่ยนคลื่นเสียงเพื่อสร้างภาพ 2 มิติ หรือ 3 มิติ เพื่อประเมินองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้    การประเมินขนาดและโครงสร้างห้องหัวใจ (Heart Chambers)  […]

ชวนรู้จักหมอนรองกระดูกปลิ้น พร้อมรู้ทันสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ถูกต้อง

หมอนรองกระดูกปลิ้น

อาการปวดหลังร้าวลงขา หรือความรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนไฟช็อตเวลาขยับตัว ไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งนอนใจ เพราะนี่อาจไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหมอนรองกระดูกปลิ้น (Herniated Disc) ภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อได้ การทำความเข้าใจโรคนี้อย่างถูกต้องจึงเป็นก้าวแรกสำคัญที่จะช่วยให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง  หมอนรองกระดูกปลิ้น (Herniated Disc) คืออะไร  หมอนรองกระดูกปลิ้นคือภาวะที่ส่วนประกอบภายในของหมอนรองกระดูก (Nucleus Pulposus) ซึ่งมีลักษณะคล้ายเจลนุ่มๆ เกิดการเคลื่อนหรือไหลทะลักออกมาภายนอกผ่านรอยฉีกขาดของเปลือกหุ้ม (Annulus Fibrosus) เมื่อส่วนที่ปลิ้นออกมานี้ไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง จะทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง ชา หรืออ่อนแรงตามแนวของเส้นประสาทนั้น ๆ ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอวและส่วนคอ   ประเภทของหมอนรองกระดูกปลิ้น  ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับลักษณะการเคลื่อนของหมอนรองกระดูก ซึ่งทางการแพทย์มักจำแนกออกเป็น 3 ระดับหลัก ดังนี้    Protrusion (ระยะหมอนรองกระดูกยื่น) ระยะเริ่มต้นที่หมอนรองกระดูกเริ่มมีการนูนออกมาจากแนวเดิม แต่เปลือกหุ้มภายนอกยังไม่ฉีกขาดออกจากกันทั้งหมด ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือปวดร้าวเล็กน้อย   Extrusion (ระยะหมอนรองกระดูกแตก) ระยะที่เปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกฉีกขาด ทำให้สารภายในไหลออกมาเป็นก้อนแต่ยังคงเชื่อมต่อกับส่วนกลางอยู่ ระยะนี้มักก่อให้เกิดการกดทับเส้นประสาทที่ชัดเจน ทำให้มีอาการปวดร้าวลงขาหรือแขนอย่างรุนแรง  Sequestration (ระยะหมอนรองกระดูกหลุดแยก) ระยะที่รุนแรงที่สุด โดยชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาได้หลุดออกจากก้อนหลักอย่างสมบูรณ์ และอาจเคลื่อนที่ไปกดทับเส้นประสาทในตำแหน่งอื่นๆ ภายในช่องไขสันหลัง ซึ่งมักต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน  สาเหตุที่หมอนรองกระดูกปลิ้น  ปัจจัยที่ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกปลิ้น ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุ […]

ปั่นจักรยานรักษาข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม? เผยเทคนิคปั่นอย่างไรให้เข่าแข็งแรง ไม่ต้องผ่าตัด

ปั่นจักรยานรักษาข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเข่าหรือกำลังเผชิญกับภาวะข้อเข่าเสื่อม การเคลื่อนไหวร่างกายมักกลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ หลายคนเลือกที่จะหยุดขยับเพราะกลัวเข่าจะพังไปมากกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริง การหยุดเคลื่อนไหวกลับยิ่งทำให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อและข้อเข่ายึดติด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่แพทย์และนักกายภาพบำบัดทั่วโลกแนะนำมากที่สุดคือการปั่นจักรยานเพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อม แต่คำถามคือจะปั่นอย่างไรถึงจะช่วยฟื้นฟู ไม่ใช่การซ้ำเติมข้อต่อให้แย่ลง? บทความนี้มีคำตอบ  ทำไมการปั่นจักรยานถึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้มีอาการปวดเข่าและข้อเสื่อม?  การปั่นจักรยานไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกายคาดิโอเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนยาจากธรรมชาติสำหรับข้อต่อ โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลัก 3 ประการดังนี้   1. ลดแรงกระแทก (Low Impact) กุญแจสำคัญของการถนอมกระดูกอ่อนผิวข้อ  การปั่นจักรยานช่วยลดน้ำหนักตัวที่กดลงบนข้อเข่าได้เกือบทั้งหมด ซึ่งจะต่างจากการวิ่งหรือการเต้นแอโรบิก เนื่องจากน้ำหนักส่วนใหญ่จะไปลงที่อานจักรยานแทน ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกหรอไม่ต้องรับแรงกระแทกโดยตรงในขณะเคลื่อนไหว   2. กระตุ้นการหล่อลื่นภายในข้อต่อและการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล  การเคลื่อนไหวของข้อเข่าเป็นวงกลมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอในขณะปั่น จะช่วยกระตุ้นการผลิตและการหมุนเวียนของ น้ำเลี้ยงไขข้อ ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนไหวราบรื่น ลดอาการตึงฝืด และช่วยนำสารอาหารไปเลี้ยงกระดูกอ่อนผิวข้อได้ดียิ่งขึ้น   3. เสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่า เพื่อทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกัน” ธรรมชาติ  นอกจากการทานอาหารเพื่อบำรุงข้อเข่าแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการปั่นจักรยานเพื่อรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมคือการสร้างกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) และกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้มีความมั่นคง จะช่วยทำหน้าที่เสมือนโช้คอัพคอยพยุงข้อต่อ ลดภาระของกระดูกและเอ็นลงอย่างเห็นได้ชัด  ไขข้อข้องใจ “ปั่นจักรยานแล้วเข่าจะยิ่งเสื่อมไหม?” พฤติกรรมแบบไหนที่ควรระวัง  มีความเชื่อผิด ๆ ว่ายิ่งปั่นจักรยาน เข่ายิ่งเสื่อม แต่ในความเป็นจริง ความเสื่อมมักเกิดจากพฤติกรรมการปั่นที่ผิดวิธีมากกว่า เช่น การใช้เกียร์ที่หนักเกินไปจนต้องออกแรงกดมหาศาล […]

ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายได้ด้วยตนเองจริงไหม? เจาะลึกวิธีชะลอความเสื่อมและฟื้นฟูเข่าให้กลับมาแข็งแรง

ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายได้ด้วยตนเองจริงไหม

อาการปวดเสียวที่หัวเข่า ลุกก็โอย นั่งก็โอย กลายเป็นปัญหาที่กัดกินคุณภาพชีวิตของใครหลายคน เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเคยตั้งคำถามว่า อาการข้อเข่าเสื่อมสามารถรักษาหายได้ด้วยตนเองได้ไหม หรือจำเป็นต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดเสมอไป ในบทความนี้จะพาไปเจาะลึกภาวะข้อเข่าเสื่อม พร้อมแนวทางการดูแลตัวเองที่ถูกต้องเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมและให้คุณสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัวอีกครั้ง   ทำความเข้าใจภาวะข้อเข่าเสื่อม ภัยเงียบที่ไม่ได้เกิดแค่กับผู้สูงอายุ  ภาวะข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) คือการที่กระดูกอ่อนผิวข้อ (Cartilage) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพคอยลดแรงกระแทกภายในข้อเข่าเกิดการสึกหรอ และบางลงตามกาลเวลา แม้ว่าอายุที่มากขึ้นจะเป็นปัจจัยหลัก แต่ในปัจจุบันเราพบผู้ป่วยที่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ เผชิญกับภาวะนี้ เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกายที่หนักเกินไป หรือภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ซึ่งล้วนเป็นตัวเร่งให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร   เช็กสัญญาณเตือน! อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเผชิญภาวะข้อเข่าเสื่อม  การสังเกตตนเองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีอาการเหล่านี้สะสมเกิน 1 – 2 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณเตือนของข้อเข่าเสื่อมได้ ดังนี้  มีเสียงกรอบแกรบภายในข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว  รู้สึกเข่าตึงฝืด โดยเฉพาะหลังตื่นนอนตอนเช้า หรือเมื่อนั่งพักนานๆ  ปวดเสียวที่ข้อเข่าเวลาขึ้น-ลงบันได หรือเวลาลุกจากเก้าอี้  เข่ามีลักษณะผิดรูป หรือบวมแดงเมื่อมีการใช้งานหนัก  ไขข้อสงสัย “ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายได้ด้วยตนเอง” ได้จริงหรือไม่?  หากถามว่า “ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายได้ด้วยตนเอง” ได้จริงไหม? คำตอบในเชิงการแพทย์คือไม่สามารถหายขาดได้เอง เนื่องจากกระดูกอ่อนผิวข้อไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงทำให้ซ่อมแซมตัวเองได้จำกัด แต่สามารถรักษาให้อาการหายไปและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ผ่านการชะลอความเสื่อมและสร้างความแข็งแรงรอบข้อเข่า เพื่อไม่ให้อาการลุกลามจนต้องผ่าตัดนั่นเอง   […]

อาการเจ็บก้นกบ เกิดจากอะไร รู้จักวิธีรักษาก่อนเป็นภัยเรื้อรัง

อาการเจ็บก้นกบ

อาการเจ็บก้นกบ เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจและบั่นทอนคุณภาพชีวิตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องนั่งทำงานหรือขับรถนาน ๆ หลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าธรรมดา แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาสาเหตุที่แท้จริง อาจกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังที่รักษายาก การทำความเข้าใจว่าอาการนี้เกิดจากอะไรและรู้วิธีจัดการที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรละเลย ก้นกบ คืออะไร ก้นกบ (Tailbone หรือ Coccyx) คือกระดูกส่วนปลายสุดของกระดูกสันหลัง มีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยมคว่ำ ประกอบด้วยกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 3-5 ชิ้นเชื่อมต่อกัน แม้จะเป็นกระดูกส่วนที่ขยับไม่ได้เหมือนกระดูกสันหลังส่วนอื่น แต่ก้นกบทำหน้าที่สำคัญในการรับน้ำหนักและกระจายแรงกดทับขณะที่เราอยู่ในท่านั่ง รวมถึงเป็นจุดยึดเกาะของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณอุ้งเชิงกราน เจ็บก้นกบ เกิดจากอะไร โดยปกติแล้วกระดูกก้นกบมีความแข็งแรงมาก อาการเจ็บก้นกบส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากการใช้งานเหมือนกระดูกส่วนคอหรือเอว แต่ร้อยละ 90 มักมีสาเหตุมาจากแรงกดหรือแรงกระแทกจากภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างรอบข้าง ดังนี้ 1. ภาวะกระดูกข้อเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้น มวลกระดูกและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อย่อมลดลงตามกาลเวลา ภาวะข้อเสื่อมอาจเกิดขึ้นบริเวณข้อต่อเล็ก ๆ ระหว่างกระดูกก้นกบกับกระดูกกระเบนเหน็บ ทำให้เกิดอาการเจ็บก้นกบเรื้อรังเมื่อต้องนั่งนาน ๆ เนื่องจากกระดูกขาดความมั่นคงในการรับแรงกดทับเหมือนช่วงวัยหนุ่มสาว 2. อุบัติเหตุ อุบัติเหตุจากการหกล้มก้นกระแทกพื้นโดยตรงเป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดอาการเจ็บก้นกบอย่างฉับพลัน แรงกระแทกอาจทำให้เส้นเอ็นอักเสบ หรือในกรณีที่รุนแรงอาจส่งผลให้กระดูกก้นกบร้าว หัก หรือเคลื่อนที่ผิดรูป ซึ่งหากไม่รีบรักษาอาจนำไปสู่ปัญหาโครงสร้างกระดูกส่วนล่างในระยะยาว 3. การตั้งครรภ์ ในช่วงใกล้คลอด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นบริเวณอุ้งเชิงกรานขยายตัวและอ่อนนุ่มลงเพื่อเตรียมความพร้อมในการคลอดทารก […]

โรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ที่ควรรู้จัก มีโรคอะไรบ้าง

โรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ที่ควรรู้จัก มีโรคอะไรบ้าง

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายมักเผชิญกับความเสื่อมถอยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะระบบโครงสร้างที่สำคัญอย่างกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิต การทำความเข้าใจว่า โรคเกี่ยวกับกระดูกที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง จะช่วยให้เราสังเกตสัญญาณเตือนและหาแนวทางป้องกันเพื่อชะลอความเสื่อมให้ร่างกายยังคงแข็งแรงคล่องตัวไปได้นานที่สุด 7 โรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ความเสื่อมของระบบโรคเกี่ยวกับกระดูก และกล้ามเนื้อมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นไปตามวัย หรือจากการใช้งานหนักสะสมมานาน โดย 7 โรคและอาการที่พบได้บ่อยและควรระวังเป็นพิเศษมีดังนี้ 1. ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis knee) ข้อเข่าเป็นข้อต่อขนาดใหญ่ที่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวและแรงกระแทกจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดเวลา ภาวะข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้เกิดการเสียดสีจนมีอาการปวดเสียวในข้อเข่า เข่าฝืดตึง หรือขยับได้ไม่เต็มที่ หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะเข่าผิดรูปและเดินลำบาก 2. กระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกที่อันตรายเพราะมักไม่แสดงอาการเตือนจนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุ มวลกระดูกที่ลดลงทำให้กระดูกเปราะบางและหักง่ายแม้ถูกกระแทกเพียงเล็กน้อย การหกล้มในผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพหรือเสียชีวิตภายใน 1 ปีจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ดังนั้นการตรวจมวลกระดูกจึงสำคัญมาก 3. กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) ภาวะนี้เกิดจากความเสื่อมของข้อต่อกระดูกสันหลังระดับคอ มักมีการสะสมของหินปูน (Osteophyte) ที่อาจไปขัดขวางการเคลื่อนไหวหรือกดทับรากประสาท ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวคอ บ่า ไหล่ชา หรือกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง หากรุนแรงจนกดทับไขสันหลังอาจทำให้สูญเสียการควบคุมการเดินและการขับถ่ายได้ 4. กระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม มีกลไกคล้ายกับส่วนคอแต่เกิดขึ้นที่ระดับบั้นเอว […]

ปวดแขนข้างเดียวเกิดจากอะไร รู้จักอาการและวิธีป้องกัน

ปวดแขนข้างเดียว เกิดจากอะไร รู้จักอาการและวิธีป้องกัน

หลายคนอาจเคยมองว่าอาการปวดแขนข้างเดียว เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการทำงานหนักหรือนอนผิดท่า แต่หากอาการนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราสามารถรับมือและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้อย่างถูกวิธี ปวดแขนข้างเดียวเกิดจากอะไร อาการปวดแขนข้างเดียว ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดแขนขวา ไม่มีสาเหตุ หรือปวดแขนซ้าย ไม่มีสาเหตุ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตไปจนถึงความเสื่อมสภาพของโครงสร้างร่างกาย โดยมีสาเหตุหลักที่พบบ่อยดังนี้ ใช้งานแขนมากเกินไป พฤติกรรมการทำงานซ้ำ ๆ เช่น การขยับเมาส์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง การแบกของหนัก หรือพฤติกรรมออฟฟิศซินโดรม มักกระตุ้นให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอักเสบ จนเกิดอาการปวดแขนข้างเดียวได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มักจะมีอาการปวดเมื่อยล้าสะสม หรือรู้สึกปวดแขนขวา ไม่มีสาเหตุ ปรากฏชัดในช่วงเวลาที่หยุดพักจากการทำงาน ปัญหาเส้นประสาท เมื่อเส้นประสาทบริเวณแขนหรือช่องแคบกระดูกถูกกดทับจากพังผืด จะส่งผลให้เกิดอาการปวดแขนข้างเดียวในลักษณะเจ็บแปล๊บคล้ายไฟช็อต หรือปวดหน่วงร้าวไปตามแนวยาวของแขน ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยรู้สึกปวดแขนซ้าย ไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ต้นตออาจมาจากตำแหน่งอื่น เช่น บริเวณคอหรือบ่าที่ส่งสัญญาณปวดมาที่แขน โรคข้ออักเสบ ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือการอักเสบจากโรคเกาต์บริเวณข้อศอกและข้อมือ สามารถทำให้เกิดความเจ็บปวดที่รุนแรงและต่อเนื่องได้ อาการปวดแขนข้างเดียวจากโรคข้ออักเสบมักมาพร้อมกับอาการบวม แดง หรือรู้สึกร้อนบริเวณข้อต่อ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจส่งผลให้การเคลื่อนไหวติดขัดและเสียบุคลิกภาพ หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท นี่คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดคอ ไหล่ แขนร่วมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อหมอนรองกระดูกส่วนคอเสื่อมหรือเคลื่อนไปทับเส้นประสาท จะส่งสัญญาณปวดร้าวลงมาที่แขนเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้บางคนกังวลเมื่อเกิดอาการปวดแขนซ้าย ไม่มีสาเหตุ เพราะกลัวความผิดปกติของอวัยวะภายใน ทั้งที่ความจริงอาจเป็นปัญหาจากแนวกระดูกสันหลังส่วนคอ […]

“มือสั่น” อย่าชะล่าใจ! เช็กลิสต์โรคร้ายที่อาจซ่อนอยู่

อาการมือสั่น

อาการมือไม้สั่นขณะตื่นเต้นหรือประหม่าอาจดูเป็นเรื่องปกติที่ใครก็เป็นได้ แต่หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าอาการสั่นนั้นเกิดขึ้นบ่อยผิดปกติ หรือสั่นแม้ในเวลาที่ไม่ได้รู้สึกกังวล นี่อาจไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม เพราะมือสั่นเกิดจากอะไร นั้นมีคำตอบที่หลากหลาย ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตไปจนถึงสัญญาณเตือนของโรคทางระบบประสาทที่ร้ายแรง อาการมือสั่นคืออะไร อาการมือสั่น (Tremor) คือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใจ ทำให้เกิดการขยับสั่นเป็นจังหวะสม่ำเสมอในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะที่มือ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้งานบ่อยที่สุด อาการนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือกลายเป็นอาการเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การเขียนหนังสือ การทานอาหาร หรือการหยิบจับสิ่งของ มือสั่นเกิดจากอะไร คำถามที่ว่า มือสั่นเกิดจากอะไร นั้นสามารถวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นได้จากพฤติกรรมและภาวะทางร่างกายที่ส่งผลต่อระบบประสาท ดังนี้ ความเครียดและความวิตกกังวล: เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะตึงเครียด ระบบประสาทจะหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นทำให้เกิดการสั่นได้ สารกระตุ้นจากคาเฟอีน: การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไปมักส่งผลโดยตรงต่ออาการสั่น ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ: โดยเฉพาะไทรอยด์เป็นพิษที่ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานหนักเกินไปจนเกิดอาการมือสั่น น้ำตาลในเลือดต่ำหรือขาดน้ำ: ภาวะร่างกายขาดความสมดุลของสารอาหารและพลังงานส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางประเภทมีผลโดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคพาร์กินสัน หรือโรคสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ (Essential Tremor) ซึ่งต้องได้รับการตรวจที่คลินิกกระดูกและข้อ หรือศูนย์ระบบประสาทเฉพาะทาง ประเภทของอาการมือสั่น เพื่อระบุให้ชัดเจนว่า มือสั่นเกิดจากอะไร แพทย์มักจะจำแนกอาการสั่นออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการเกิด ดังนี้ อาการสั่นขณะอยู่นิ่ง (Resting tremor) […]

โรครองช้ำคืออะไร เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร พร้อมวิธีแก้รองช้ำที่คุณควรรู้

โรครองช้ำคืออะไร เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร พร้อมวิธีแก้รองช้ำที่คุณควรรู้

สำหรับใครรู้สึกเจ็บปวดใต้ฝ่าเท้าตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือเวลาเดินระยะไกลแล้วรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณส้นเท้าจนเริ่มสงสัยว่าอาการปวดส้นเท้าด้านหลังเกิดจากอะไร? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรครองช้ำ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การรู้จักวิธีแก้รองช้ำที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้คุณสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจว่าอาการปวดส้นเท้าที่เกิดขึ้นกำลังบอกสัญญาณอะไรกับเรา โรครองช้ำคืออะไร โรครองช้ำหรือที่เรียกในทางการแพทย์ว่า Plantar Fasciitis เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นพังผืดใต้ฝ่าเท้า ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนสายยึดที่เชื่อมต่อระหว่างกระดูกส้นเท้าและนิ้วเท้า เส้นเอ็นนี้ช่วยรองรับน้ำหนักและกระจายแรงกระแทกเมื่อเราเดินหรือวิ่ง เมื่อมีการใช้งานมากเกินไปหรือได้รับแรงกดทับอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดการอักเสบและเจ็บปวด ซึ่งภาวะปวดส้นเท้าบอกโรคนี้หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อการเดินในอนาคต อาการของโรครองช้ำ ผู้ป่วยที่เป็นโรครองช้ำจะมีอาการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถสังเกตได้ดังนี้ เจ็บปวดบริเวณส้นเท้าและใต้ฝ่าเท้า โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอนหรือหลังจากนั่งนาน ๆ ความเจ็บปวดจะรุนแรงที่สุดในก้าวแรก ๆ และค่อย ๆ ลดลงเมื่อมีการเดินหรือขยับไปสักพัก รู้สึกเหมือนมีของแหลม ๆ แทงจากด้านล่างของส้นเท้า จนทำให้มีอาการปวดส้นเท้าอย่างชัดเจน มีอาการปวดและแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อน่อง ความเจ็บปวดอาจแผ่ไปยังบริเวณอื่น เช่น ปวดข้อเท้า หรือปวดสะโพก โดยมักกังวลว่าปวดส้นเท้าด้านหลังเกิดจากอะไร ได้บ้างนอกจากพังผืด สาเหตุที่ทำให้เกิดโรครองช้ำ มีหลายปัจจัยที่สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะปวดส้นเท้า และโรครองช้ำ ได้แก่ น้ำหนักตัวเกิน ทำให้เส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้าต้องรับแรงกดทับมากเกินไป การออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อฝ่าเท้า เช่น วิ่ง กระโดด หรือยืนนาน ๆ การสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าแบนหรือส้นสูงมากเกินไป ทำให้โครงสร้างเท้าผิดเพี้ยนและ ปวดส้นเท้าบอกโรค […]

สลักเพชรจม เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร พร้อมวิธีรักษาที่ควรรู้

สลักเพชรจม เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร พร้อมวิธีรักษาที่ควรรู้

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยิน หรือประสบกับอาการ “สลักเพชรจม” กันมาบ้าง แต่อาจไม่แน่ใจว่าอาการเช่นนี้เกิดจากอะไรกันแน่ และมีวิธีรับมือหรือรักษาอย่างไรให้หายขาด บทความนี้จาก KLOSS Wellness Clinic จะมาไขทุกข้อสงสัย เพื่อให้คุณเข้าใจภาวะนี้ได้อย่างถ่องแท้ และพบหนทางคลายความปวดได้อย่างตรงจุด สลักเพชรจม คืออะไร สลักเพชรจม หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) คือภาวะที่กล้ามเนื้อ piriformis หรือที่เราเรียกกันว่ากล้ามเนื้อสลักเพชร ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อขนาดเล็กที่อยู่ลึกบริเวณก้น มีหน้าที่สำคัญในการช่วยเคลื่อนไหวสะโพกและต้นขา เกิดการหดเกร็งหรืออักเสบจนไปกดทับเส้นประสาทไซอาติก (Sciatic Nerve) ที่พาดผ่านใต้กล้ามเนื้อส่วนนี้ ทำให้เกิดอาการปวดและชาตามมานั่นเอง อาการของสลักเพชรจม เมื่อเส้นประสาท Sciatic ถูกกล้ามเนื้อสลักเพชรกดทับ ผู้ป่วยจะมีอาการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะนั้น ๆ โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่ การปวดลึก ๆ บริเวณสะโพก ก้น หรือก้นกบ บางรายอาจรู้สึกเจ็บเมื่อกดบริเวณสะโพกโดยตรง ที่สำคัญคืออาการปวดมักจะร้าวลงไปตามแนวต้นขาลงไปจนถึงปลายเท้าด้านหลัง ซึ่งเป็นแนวเส้นประสาท Sciatic และอาจมีอาการชาร่วมด้วย โดยเฉพาะเมื่อนั่งอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ หรือในช่วงเช้าหลังตื่นนอน อาการปวดมักจะรุนแรงขึ้น แต่จะดีขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกยืน หรือเดิน สลักเพชรจม […]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
LOGO KLOSS WELLNESS CLINIC

BOOKING

 กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรุณาเลือก Promotions ที่คุณสนใจ
*** สงวนสิทธิ์ 1 คน / 1 สิทธิ์