อาการปวดหลังร้าวลงขา หรือความรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนไฟช็อตเวลาขยับตัว ไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งนอนใจ เพราะนี่อาจไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหมอนรองกระดูกปลิ้น (Herniated Disc) ภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อได้ การทำความเข้าใจโรคนี้อย่างถูกต้องจึงเป็นก้าวแรกสำคัญที่จะช่วยให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
หมอนรองกระดูกปลิ้น (Herniated Disc) คืออะไร
หมอนรองกระดูกปลิ้นคือภาวะที่ส่วนประกอบภายในของหมอนรองกระดูก (Nucleus Pulposus) ซึ่งมีลักษณะคล้ายเจลนุ่มๆ เกิดการเคลื่อนหรือไหลทะลักออกมาภายนอกผ่านรอยฉีกขาดของเปลือกหุ้ม (Annulus Fibrosus) เมื่อส่วนที่ปลิ้นออกมานี้ไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง จะทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง ชา หรืออ่อนแรงตามแนวของเส้นประสาทนั้น ๆ ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอวและส่วนคอ
ประเภทของหมอนรองกระดูกปลิ้น
ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับลักษณะการเคลื่อนของหมอนรองกระดูก ซึ่งทางการแพทย์มักจำแนกออกเป็น 3 ระดับหลัก ดังนี้
Protrusion (ระยะหมอนรองกระดูกยื่น)
ระยะเริ่มต้นที่หมอนรองกระดูกเริ่มมีการนูนออกมาจากแนวเดิม แต่เปลือกหุ้มภายนอกยังไม่ฉีกขาดออกจากกันทั้งหมด ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือปวดร้าวเล็กน้อย
Extrusion (ระยะหมอนรองกระดูกแตก)
ระยะที่เปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกฉีกขาด ทำให้สารภายในไหลออกมาเป็นก้อนแต่ยังคงเชื่อมต่อกับส่วนกลางอยู่ ระยะนี้มักก่อให้เกิดการกดทับเส้นประสาทที่ชัดเจน ทำให้มีอาการปวดร้าวลงขาหรือแขนอย่างรุนแรง
Sequestration (ระยะหมอนรองกระดูกหลุดแยก)
ระยะที่รุนแรงที่สุด โดยชิ้นส่วนของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาได้หลุดออกจากก้อนหลักอย่างสมบูรณ์ และอาจเคลื่อนที่ไปกดทับเส้นประสาทในตำแหน่งอื่นๆ ภายในช่องไขสันหลัง ซึ่งมักต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
สาเหตุที่หมอนรองกระดูกปลิ้น
ปัจจัยที่ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกปลิ้น ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุ ดังนี้
- ความเสื่อมตามวัย (Disc Degeneration): เมื่ออายุมากขึ้น น้ำในหมอนรองกระดูกจะลดลง ทำให้ขาดความยืดหยุ่นและฉีกขาดได้ง่าย
- การใช้งานผิดลักษณะ: เช่น การก้มตัวยกของหนัก การบิดเอี้ยวตัวกะทันหัน หรือนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ
- อุบัติเหตุ: การตกจากที่สูง หรือการกระแทกบริเวณหลังอย่างรุนแรง
- น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน: ทำให้กระดูกสันหลังต้องรับภาระหนักตลอดเวลา
อาการหมอนรองกระดูกปลิ้น
สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับโรคนี้ ได้แก่
- ปวดร้าว (Radiating Pain): ปวดจากหลังร้าวลงไปที่สะโพกและขา หรือปวดจากคอร้าวลงไปที่แขน
- อาการชา (Numbness): รู้สึกเหมือนเข็มทิ่มหรือชาบริเวณปลายนิ้วมือนิ้วเท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Weakness): ขาไม่มีแรง ก้าวเดินลำบาก หรือหยิบจับของหลุดมือ
- ปวดมากขึ้นเมื่อไอหรือจาม: แรงดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้นจะไปกระตุ้นส่วนที่ปลิ้นให้กดทับเส้นประสาทมากขึ้น
สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
1. ระบบการขับถ่ายล้มเหลว (Bowel or Bladder Dysfunction)
- ปัสสาวะไม่ออก: รู้สึกปวดปัสสาวะแต่เบ่งไม่ออก หรือน้ำปัสสาวะไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว (Incontinence)
- กลั้นอุจจาระไม่ได้: หรือมีความรู้สึกอยากถ่ายแต่ถ่ายไม่ออก รวมถึงสูญเสียการควบคุมหูรูดทวารหนัก
- อาการชาบริเวณรอบทวาร (Saddle Anesthesia)
- มีอาการชาผิดปกติบริเวณรอบทวารหนัก ฝีเย็บ อวัยวะเพศ หรือบริเวณก้นที่สัมผัสกับอานเวลาขี่จักรยาน
- สูญเสียความรู้สึกทางเพศ
- กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงอย่างรุนแรงและฉับพลัน (Severe Motor Weakness)
- กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น (Foot Drop): เดินแล้วปลายเท้าตก หรือลากขา
- เข่าทรุด: ไม่สามารถยืนเขย่งปลายเท้า หรือเดินลงน้ำหนักได้ตามปกติ
- อาการอ่อนแรงเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว
- ความเจ็บปวดที่รุนแรงมาก (Intractable Pain)
- ปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาอย่างรุนแรงจนทนไม่ได้ แม้จะนอนพักหรือทานยาแก้ปวดแล้วอาการก็ไม่ทุเลา
- ปวดมากจนรบกวนการนอนหลับ หรือปวดจนตื่นกลางดึก
ใครที่มีความเสี่ยงเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น
กลุ่มคนที่มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับโรคหมอนรองกระดูกปลิ้น ได้แก่
- พนักงานออฟฟิศ: ที่ต้องนั่งทำงานท่าเดิมนานกว่า 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน
- ผู้ที่มีอาชีพยกของหนัก: หรือต้องก้มๆ เงยๆ เป็นประจำ
- ผู้ที่สูบบุหรี่จัด: สารในบุหรี่ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกได้น้อยลง ส่งผลให้เสื่อมสภาพเร็ว
- ผู้ที่มีพันธุกรรมเกี่ยวข้อง: หากคนในครอบครัวเคยเป็น มีโอกาสที่จะเกิดความเสื่อมของหมอนรองกระดูกได้ง่ายกว่าปกติ
วิธีการรักษาหมอนรองกระดูกปลิ้น
ปัจจุบันการรักษาหมอนรองกระดูกปลิ้นในปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ได้แก่
รับประทานยา และฉีดยา
ในช่วงแรกแพทย์อาจให้ยาลดอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาระงับปวดปลายประสาท ในกรณีที่ปวดรุนแรง อาจมีการพิจารณาฉีดสารสเตียรอยด์เข้าช่องไขสันหลัง (Epidural Steroid Injection) เพื่อลดการบวมอักเสบของเส้นประสาทโดยตรง
กายภาพบำบัด
วิธีที่สำคัญมากในการรักษาหมอนรองกระดูกปลิ้น โดยนักกายภาพบำบัดจะใช้เครื่องมือล้ำสมัย เช่น การดึงหลัง (Traction) การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave) ร่วมกับการฝึกบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวเพื่อลดแรงกดทับหมอนรองกระดูก
ผ่าตัด
สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัดนั้น แพทย์จะพิจารณาเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลเกิน 6 – 12 สัปดาห์ หรือในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Discectomy) ซึ่งแผลเล็กและใช้เวลาพักฟื้นไม่นานอีกด้วย
วิธีป้องกันหมอนรองกระดูกปลิ้น
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีวิธีการรักษาหลากหลายวิธี แต่การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ โดยคุณสามารถเริ่มต้นได้ดังนี้
- ปรับท่านั่งให้หลังตรงและมีหมอนซัพพอร์ตบริเวณเอว
- ใช้ท่าลุก-ก้มที่ถูกต้อง โดยการย่อเข่าแทนการก้มหลังยกของ
- ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
สรุปบทความ
หมอนรองกระดูกปลิ้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหากตรวจพบและรักษาได้ทันท่วงที การปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ หากคุณมีอาการปวดหลังรื้อรังหรือปวดร้าวลงขา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการได้ที่คลินิกกระดูกและข้อ KLOSS Wellness Clinic เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยไม่ต้องผ่าตัด เราดูแลคนไข้มามากกว่า 20,000 เคส การันตีการฉีดมามากกว่า 60,000 ครั้ง คนไข้กว่า 90% พึงพอใจ ไว้ใจได้ เมื่อมารับรักษาเข่าเสื่อมที่ครอสคลินิก เราพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาสุขภาพของคุณ ให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
อาการแบบไหนที่บอกว่าเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น ไม่ใช่แค่ปวดหลังธรรมดา?
หากเป็นการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป อาการจะดีขึ้นเมื่อพัก แต่ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น มักมีอาการปวดร้าวไปที่ขา หรือแขนร่วมกับอาการชา หรืออ่อนแรง และอาการมักจะไม่หายไปแม้จะนั่งพัก
หมอนรองกระดูกปลิ้นต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
ไม่จำเป็น กว่า 80 – 90% ของผู้ป่วยสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการรับประทานยา การทำกายภาพบำบัด และการปรับพฤติกรรม โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
หมอนรองกระดูกปลิ้นเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง นอกจากยกของหนัก?
เกิดได้จากการเสื่อมตามอายุ การนั่งทำงานผิดท่าเป็นเวลานาน (Office Syndrome) การสูบบุหรี่ หรือแม้แต่การไอหรือจามแรงๆ ในขณะที่กล้ามเนื้อหลังไม่แข็งแรงพอ
เป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น กลับไปออกกำลังกายได้ไหม?
กลับไปปั่นจักรยานหรือออกกำลังกายได้ แต่ควรเลือกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น การว่ายน้ำ หรือการเดิน และควรได้รับคำแนะนำจากนักกายภาพบำบัดเกี่ยวกับท่าทางที่ควรหลีกเลี่ยง
ถ้าปล่อยหมอนรองกระดูกปลิ้นทิ้งไว้ ไม่รักษาจะอันตรายไหม?
อันตราย หากเส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานานอาจทำให้เส้นประสาทเสียหายถาวร ส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อ หรือรุนแรงถึงขั้นเสียการควบคุมการขับถ่าย (Cauda Equina Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน

