ปั่นจักรยานรักษาข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม

ปั่นจักรยานรักษาข้อเข่าเสื่อมได้จริงไหม? เผยเทคนิคปั่นอย่างไรให้เข่าแข็งแรง ไม่ต้องผ่าตัด

Facebook

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเข่าหรือกำลังเผชิญกับภาวะข้อเข่าเสื่อม การเคลื่อนไหวร่างกายมักกลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ หลายคนเลือกที่จะหยุดขยับเพราะกลัวเข่าจะพังไปมากกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริง การหยุดเคลื่อนไหวกลับยิ่งทำให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อและข้อเข่ายึดติด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่แพทย์และนักกายภาพบำบัดทั่วโลกแนะนำมากที่สุดคือการปั่นจักรยานเพื่อรักษาข้อเข่าเสื่อม แต่คำถามคือจะปั่นอย่างไรถึงจะช่วยฟื้นฟู ไม่ใช่การซ้ำเติมข้อต่อให้แย่ลง? บทความนี้มีคำตอบ 

ทำไมการปั่นจักรยานถึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้มีอาการปวดเข่าและข้อเสื่อม? 

การปั่นจักรยานไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกายคาดิโอเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนยาจากธรรมชาติสำหรับข้อต่อ โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลัก 3 ประการดังนี้  

1. ลดแรงกระแทก (Low Impact) กุญแจสำคัญของการถนอมกระดูกอ่อนผิวข้อ 

การปั่นจักรยานช่วยลดน้ำหนักตัวที่กดลงบนข้อเข่าได้เกือบทั้งหมด ซึ่งจะต่างจากการวิ่งหรือการเต้นแอโรบิก เนื่องจากน้ำหนักส่วนใหญ่จะไปลงที่อานจักรยานแทน ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกหรอไม่ต้องรับแรงกระแทกโดยตรงในขณะเคลื่อนไหว  

2. กระตุ้นการหล่อลื่นภายในข้อต่อและการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล 

การเคลื่อนไหวของข้อเข่าเป็นวงกลมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอในขณะปั่น จะช่วยกระตุ้นการผลิตและการหมุนเวียนของ น้ำเลี้ยงไขข้อ ซึ่งช่วยให้การเคลื่อนไหวราบรื่น ลดอาการตึงฝืด และช่วยนำสารอาหารไปเลี้ยงกระดูกอ่อนผิวข้อได้ดียิ่งขึ้น  

3. เสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่า เพื่อทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกัน” ธรรมชาติ 

นอกจากการทานอาหารเพื่อบำรุงข้อเข่าแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการปั่นจักรยานเพื่อรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมคือการสร้างกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) และกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้มีความมั่นคง จะช่วยทำหน้าที่เสมือนโช้คอัพคอยพยุงข้อต่อ ลดภาระของกระดูกและเอ็นลงอย่างเห็นได้ชัด 

ไขข้อข้องใจ “ปั่นจักรยานแล้วเข่าจะยิ่งเสื่อมไหม?” พฤติกรรมแบบไหนที่ควรระวัง 

มีความเชื่อผิด ๆ ว่ายิ่งปั่นจักรยาน เข่ายิ่งเสื่อม แต่ในความเป็นจริง ความเสื่อมมักเกิดจากพฤติกรรมการปั่นที่ผิดวิธีมากกว่า เช่น การใช้เกียร์ที่หนักเกินไปจนต้องออกแรงกดมหาศาล หรือการจัดวางสรีระบนจักรยานที่ไม่สมดุล สิ่งเหล่านี้จะส่งแรงกดไปที่ลูกสะบ้าและเส้นเอ็นรอบเข่าจนเกิดการอักเสบ ดังนั้นหากปั่นอย่างถูกวิธีด้วยความแรงที่เหมาะสม การปั่นจักรยานจะช่วยชะลอความเสื่อมได้ดีเยี่ยม 

เทคนิคการเซตอัปจักรยานและการเตรียมตัวก่อน “ปั่นจักรยานรักษาข้อเข่าเสื่อม” 

ก่อนจะเริ่มปั่นจักรยาน การเตรียมความพร้อมถือเป็นหัวใจสำคัญมากๆ  เพราะการเซตอัปจักรยานที่ไม่เหมาะสมอาจเพิ่มแรงกดที่ข้อเข่าโดยไม่รู้ตัว เราเลยนำเทคนิคการเซตอัปจักรยานมาฝากกัน ดังนี้ 

เซตอัปจักรยาน

1. การปรับระดับอาน (Seat Height) และระยะอานที่ถูกต้องเพื่อลดแรงกดสะบ้า

อานที่ต่ำเกินไปจะทำให้เข่างอมากและเพิ่มแรงกดที่สะบ้า อานที่สูงไปจะทำให้เข่าตึงและเจ็บเอ็นพับเข่า ระดับที่ถูกต้องคือในจังหวะที่เท้าถีบบันไดจักรยานลงต่ำสุด เข่าของคุณควรจะงอเพียงเล็กน้อย หรือประมาณ 25 – 30 องศา และต้องไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป 

2. วิธีการเลือกความหนืดและเกียร์ที่เหมาะสมสำหรับผู้เริ่มต้น 

สำหรับผู้ที่เริ่มหันมาปั่นจักรยานรักษาข้อเข่าเสื่อม ควรเริ่มต้นด้วยแรงต้านที่น้อย หรือเกียร์เบา และให้เน้นไปที่รอบขาที่สม่ำเสมอ การปั่นด้วยเกียร์หนักอาจดูเหมือนได้ออกกำลังกายมาก แต่อาจทำลายข้อต่อได้ในระยะยาว ควรปั่นให้รู้สึกเหนื่อยพอประมาณแต่ไม่ปวดเสียวที่ข้อ   

3. การวอร์มอัปและยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนล่างก่อนและหลังการปั่น 

ก่อนเริ่มปั่นควรมีการสะบัดขาหรือปั่นด้วยความเร็วต่ำมากๆ ประมาณ 5 – 10 นาที เพื่ออุ่นเครื่องน้ำเลี้ยงข้อต่อ และหลังปั่นจบห้ามลืมยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาและน่อง เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่อาจดึงรั้งข้อเข่า 

Checklist คุณสมบัติของจักรยานที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาข้อเข่า 

หากคุณกำลังมองหาจักรยานสักคันเพื่อสุขภาพเข่า ควรพิจารณาจากเช็กลิสต์ ดังนี้ 

  • Step-through Frame: ตัวถังจักรยานที่ไม่มีคานสูง เพื่อให้ก้าวขึ้น-ลงได้ง่าย ลดความเสี่ยงในการล้ม
  • Upright Riding Position: แฮนด์จักรยานที่สูงในระดับที่ทำให้นั่งหลังตรง ไม่ต้องก้มตัวมากเพื่อลดภาระที่หลังและคอ
  • Wide Saddle: เบาะที่กว้างและนุ่มเพื่อรองรับกระดูกกระเบนเหน็บและนั่งได้นานขึ้น  

เมื่ออาการปวดไม่ดีขึ้น เสริมความแข็งแรงด้วยโปรแกรมรักษาข้อเข่าเสื่อมที่ KLOSS Wellness Clinic 

แม้การออกกำลังกายอย่างการปั่นจักรยานจะช่วยลดอาการ และชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้ในระดับหนึ่ง แต่ในผู้ที่มีการสึกหรอของข้อเข่ามาก หรือมีอาการปวดเรื้อรังต่อเนื่อง การดูแลเพียงวิธีเดียวอาจยังไม่ตอบโจทย์ ที่ KLOSS Wellness Clinic มีแนวทางการฟื้นฟูข้อเข่าแบบองค์รวม เริ่มตั้งแต่การทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือที่ช่วยพยุงการเคลื่อนไหวและลดภาระข้อเข่า ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ เช่น การฉีดสารเพิ่มความหล่อลื่นในข้อ หรือการใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เพื่อช่วยสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย ควบคู่กับการฝึกกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 

อาการปวดข้อเข่าไม่ดีขึ้น

สรุปบทความ 

การปั่นจักรยานสามารถช่วยรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมได้ ทั้งนี้ก็จำเป็นต้องอาศัยการปรับเซตจักรยานอย่างถูกต้อง และการปั่นอย่างสม่ำเสมอ อาการปวดเข่าจะค่อย ๆ ทุเลาลง และช่วยยืดระยะเวลาการผ่าตัดออกไปได้นานนับสิบปี อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดขังคุณไว้ในที่เดิม เริ่มต้นเคลื่อนไหวอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้เพื่อเข่าที่แข็งแรงในวันหน้า   

การปั่นจักรยานถือเป็นหนึ่งในทางเลือกการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม หากมีการปรับตั้งจักรยานอย่างถูกต้อง เลือกความหนักที่เหมาะสม และปั่นอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถช่วยลดอาการปวด เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า และช่วยให้การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันทำได้ดีขึ้น 

อย่างไรก็ตาม หากดูแลตัวเองแล้วยังมีอาการปวดหรือข้อเข่าฝืดตึงต่อเนื่อง การเข้ารับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้รู้แนวทางการดูแลที่เหมาะกับสภาพข้อเข่าของแต่ละคนมากขึ้น ที่ คลอส คลินิกเวชกรรม ศูนย์รักษาข้อเข่าเสื่อมโดยใช้เซลล์บำบัด เน้นการดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งภายนอกและภายในของทุกท่าน โดยเน้นการรักษาแบบไม่ใช้ยาเคมี และไม่มีการผ่าตัด โดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางโดยตรง เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยคุณหมอมากประสบการณ์ เสริมทัพด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยเฉพาะ 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปั่นจักรยานรักษาข้อเข่าเสื่อม ควรปั่นนานแค่ไหนต่อวันถึงจะเห็นผล? 

ในช่วงเริ่มต้นแนะนำให้ปั่นเพียงวันละ 15 – 20 นาที 3 – 5 วันต่อสัปดาห์ เมื่อกล้ามเนื้อเริ่มแข็งแรงขึ้นจึงค่อยๆ เพิ่มเป็น 30 – 45 นาที  

หากปั่นจักรยานแล้วมีอาการปวดเสียวที่หน้าเข่า ควรหยุดหรือปั่นต่อ? 

หากมีอาการปวดเสียวแหลม (Sharp Pain) ระหว่างปั่น ควรหยุดทันทีและเช็กระดับอานจักรยานอีกครั้ง หากปรับแล้วยังไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพราะอาจมีการอักเสบของถุงน้ำหรือเอ็นใต้สะบ้า  

จักรยานออกกำลังกายในบ้าน (Stationary Bike) กับจักรยานทั่วไป แบบไหนดีกว่ากัน? 

สำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้สูงอายุ จักรยานออกกำลังกายในบ้าน จะปลอดภัยกว่าเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการทรงตัว พื้นถนนที่ขรุขระ หรือการเบรกกะทันหัน ซึ่งช่วยให้โฟกัสที่การเคลื่อนไหวของข้อเข่าและรอบขาได้อย่างเต็มที่ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Kloss Wellness Clinic มี 2 สาขา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
LOGO KLOSS WELLNESS CLINIC

BOOKING

 กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรุณาเลือก Promotions ที่คุณสนใจ
*** สงวนสิทธิ์ 1 คน / 1 สิทธิ์