อาการเจ็บก้นกบ เกิดจากอะไร รู้จักวิธีรักษาก่อนเป็นภัยเรื้อรัง

อาการเจ็บก้นกบ

อาการเจ็บก้นกบ เป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจและบั่นทอนคุณภาพชีวิตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องนั่งทำงานหรือขับรถนาน ๆ หลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าธรรมดา แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาสาเหตุที่แท้จริง อาจกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังที่รักษายาก การทำความเข้าใจว่าอาการนี้เกิดจากอะไรและรู้วิธีจัดการที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรละเลย ก้นกบ คืออะไร ก้นกบ (Tailbone หรือ Coccyx) คือกระดูกส่วนปลายสุดของกระดูกสันหลัง มีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยมคว่ำ ประกอบด้วยกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 3-5 ชิ้นเชื่อมต่อกัน แม้จะเป็นกระดูกส่วนที่ขยับไม่ได้เหมือนกระดูกสันหลังส่วนอื่น แต่ก้นกบทำหน้าที่สำคัญในการรับน้ำหนักและกระจายแรงกดทับขณะที่เราอยู่ในท่านั่ง รวมถึงเป็นจุดยึดเกาะของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณอุ้งเชิงกราน เจ็บก้นกบ เกิดจากอะไร โดยปกติแล้วกระดูกก้นกบมีความแข็งแรงมาก อาการเจ็บก้นกบส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากการใช้งานเหมือนกระดูกส่วนคอหรือเอว แต่ร้อยละ 90 มักมีสาเหตุมาจากแรงกดหรือแรงกระแทกจากภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างรอบข้าง ดังนี้ 1. ภาวะกระดูกข้อเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้น มวลกระดูกและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อย่อมลดลงตามกาลเวลา ภาวะข้อเสื่อมอาจเกิดขึ้นบริเวณข้อต่อเล็ก ๆ ระหว่างกระดูกก้นกบกับกระดูกกระเบนเหน็บ ทำให้เกิดอาการเจ็บก้นกบเรื้อรังเมื่อต้องนั่งนาน ๆ เนื่องจากกระดูกขาดความมั่นคงในการรับแรงกดทับเหมือนช่วงวัยหนุ่มสาว 2. อุบัติเหตุ อุบัติเหตุจากการหกล้มก้นกระแทกพื้นโดยตรงเป็นสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดอาการเจ็บก้นกบอย่างฉับพลัน แรงกระแทกอาจทำให้เส้นเอ็นอักเสบ หรือในกรณีที่รุนแรงอาจส่งผลให้กระดูกก้นกบร้าว หัก หรือเคลื่อนที่ผิดรูป ซึ่งหากไม่รีบรักษาอาจนำไปสู่ปัญหาโครงสร้างกระดูกส่วนล่างในระยะยาว 3. การตั้งครรภ์ ในช่วงใกล้คลอด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นบริเวณอุ้งเชิงกรานขยายตัวและอ่อนนุ่มลงเพื่อเตรียมความพร้อมในการคลอดทารก […]

โรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ที่ควรรู้จัก มีโรคอะไรบ้าง

โรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ที่ควรรู้จัก มีโรคอะไรบ้าง

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายมักเผชิญกับความเสื่อมถอยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะระบบโครงสร้างที่สำคัญอย่างกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิต การทำความเข้าใจว่า โรคเกี่ยวกับกระดูกที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง จะช่วยให้เราสังเกตสัญญาณเตือนและหาแนวทางป้องกันเพื่อชะลอความเสื่อมให้ร่างกายยังคงแข็งแรงคล่องตัวไปได้นานที่สุด 7 โรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ความเสื่อมของระบบโรคเกี่ยวกับกระดูก และกล้ามเนื้อมักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นไปตามวัย หรือจากการใช้งานหนักสะสมมานาน โดย 7 โรคและอาการที่พบได้บ่อยและควรระวังเป็นพิเศษมีดังนี้ 1. ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis knee) ข้อเข่าเป็นข้อต่อขนาดใหญ่ที่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวและแรงกระแทกจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดเวลา ภาวะข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้เกิดการเสียดสีจนมีอาการปวดเสียวในข้อเข่า เข่าฝืดตึง หรือขยับได้ไม่เต็มที่ หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ภาวะเข่าผิดรูปและเดินลำบาก 2. กระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกที่อันตรายเพราะมักไม่แสดงอาการเตือนจนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุ มวลกระดูกที่ลดลงทำให้กระดูกเปราะบางและหักง่ายแม้ถูกกระแทกเพียงเล็กน้อย การหกล้มในผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพหรือเสียชีวิตภายใน 1 ปีจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ดังนั้นการตรวจมวลกระดูกจึงสำคัญมาก 3. กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) ภาวะนี้เกิดจากความเสื่อมของข้อต่อกระดูกสันหลังระดับคอ มักมีการสะสมของหินปูน (Osteophyte) ที่อาจไปขัดขวางการเคลื่อนไหวหรือกดทับรากประสาท ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวคอ บ่า ไหล่ชา หรือกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง หากรุนแรงจนกดทับไขสันหลังอาจทำให้สูญเสียการควบคุมการเดินและการขับถ่ายได้ 4. กระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อม มีกลไกคล้ายกับส่วนคอแต่เกิดขึ้นที่ระดับบั้นเอว […]

ปวดแขนข้างเดียวเกิดจากอะไร รู้จักอาการและวิธีป้องกัน

ปวดแขนข้างเดียว เกิดจากอะไร รู้จักอาการและวิธีป้องกัน

หลายคนอาจเคยมองว่าอาการปวดแขนข้างเดียว เป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการทำงานหนักหรือนอนผิดท่า แต่หากอาการนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราสามารถรับมือและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้อย่างถูกวิธี ปวดแขนข้างเดียวเกิดจากอะไร อาการปวดแขนข้างเดียว ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดแขนขวา ไม่มีสาเหตุ หรือปวดแขนซ้าย ไม่มีสาเหตุ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตไปจนถึงความเสื่อมสภาพของโครงสร้างร่างกาย โดยมีสาเหตุหลักที่พบบ่อยดังนี้ ใช้งานแขนมากเกินไป พฤติกรรมการทำงานซ้ำ ๆ เช่น การขยับเมาส์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง การแบกของหนัก หรือพฤติกรรมออฟฟิศซินโดรม มักกระตุ้นให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอักเสบ จนเกิดอาการปวดแขนข้างเดียวได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มักจะมีอาการปวดเมื่อยล้าสะสม หรือรู้สึกปวดแขนขวา ไม่มีสาเหตุ ปรากฏชัดในช่วงเวลาที่หยุดพักจากการทำงาน ปัญหาเส้นประสาท เมื่อเส้นประสาทบริเวณแขนหรือช่องแคบกระดูกถูกกดทับจากพังผืด จะส่งผลให้เกิดอาการปวดแขนข้างเดียวในลักษณะเจ็บแปล๊บคล้ายไฟช็อต หรือปวดหน่วงร้าวไปตามแนวยาวของแขน ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยรู้สึกปวดแขนซ้าย ไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ต้นตออาจมาจากตำแหน่งอื่น เช่น บริเวณคอหรือบ่าที่ส่งสัญญาณปวดมาที่แขน โรคข้ออักเสบ ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือการอักเสบจากโรคเกาต์บริเวณข้อศอกและข้อมือ สามารถทำให้เกิดความเจ็บปวดที่รุนแรงและต่อเนื่องได้ อาการปวดแขนข้างเดียวจากโรคข้ออักเสบมักมาพร้อมกับอาการบวม แดง หรือรู้สึกร้อนบริเวณข้อต่อ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจส่งผลให้การเคลื่อนไหวติดขัดและเสียบุคลิกภาพ หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท นี่คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดคอ ไหล่ แขนร่วมกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อหมอนรองกระดูกส่วนคอเสื่อมหรือเคลื่อนไปทับเส้นประสาท จะส่งสัญญาณปวดร้าวลงมาที่แขนเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้บางคนกังวลเมื่อเกิดอาการปวดแขนซ้าย ไม่มีสาเหตุ เพราะกลัวความผิดปกติของอวัยวะภายใน ทั้งที่ความจริงอาจเป็นปัญหาจากแนวกระดูกสันหลังส่วนคอ […]

“มือสั่น” อย่าชะล่าใจ! เช็กลิสต์โรคร้ายที่อาจซ่อนอยู่

อาการมือสั่น

อาการมือไม้สั่นขณะตื่นเต้นหรือประหม่าอาจดูเป็นเรื่องปกติที่ใครก็เป็นได้ แต่หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าอาการสั่นนั้นเกิดขึ้นบ่อยผิดปกติ หรือสั่นแม้ในเวลาที่ไม่ได้รู้สึกกังวล นี่อาจไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม เพราะมือสั่นเกิดจากอะไร นั้นมีคำตอบที่หลากหลาย ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตไปจนถึงสัญญาณเตือนของโรคทางระบบประสาทที่ร้ายแรง อาการมือสั่นคืออะไร อาการมือสั่น (Tremor) คือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใจ ทำให้เกิดการขยับสั่นเป็นจังหวะสม่ำเสมอในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะที่มือ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้งานบ่อยที่สุด อาการนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือกลายเป็นอาการเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การเขียนหนังสือ การทานอาหาร หรือการหยิบจับสิ่งของ มือสั่นเกิดจากอะไร คำถามที่ว่า มือสั่นเกิดจากอะไร นั้นสามารถวิเคราะห์สาเหตุเบื้องต้นได้จากพฤติกรรมและภาวะทางร่างกายที่ส่งผลต่อระบบประสาท ดังนี้ ความเครียดและความวิตกกังวล: เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะตึงเครียด ระบบประสาทจะหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นทำให้เกิดการสั่นได้ สารกระตุ้นจากคาเฟอีน: การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไปมักส่งผลโดยตรงต่ออาการสั่น ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ: โดยเฉพาะไทรอยด์เป็นพิษที่ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานหนักเกินไปจนเกิดอาการมือสั่น น้ำตาลในเลือดต่ำหรือขาดน้ำ: ภาวะร่างกายขาดความสมดุลของสารอาหารและพลังงานส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางประเภทมีผลโดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคพาร์กินสัน หรือโรคสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ (Essential Tremor) ซึ่งต้องได้รับการตรวจที่คลินิกกระดูกและข้อ หรือศูนย์ระบบประสาทเฉพาะทาง ประเภทของอาการมือสั่น เพื่อระบุให้ชัดเจนว่า มือสั่นเกิดจากอะไร แพทย์มักจะจำแนกอาการสั่นออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการเกิด ดังนี้ อาการสั่นขณะอยู่นิ่ง (Resting tremor) […]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
LOGO KLOSS WELLNESS CLINIC

BOOKING

 กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรุณาเลือก Promotions ที่คุณสนใจ
*** สงวนสิทธิ์ 1 คน / 1 สิทธิ์